
เปิดวิธีป้องกัน"โรคลมแดด" อันตรายถึงตาย เช็คที่นี่
เปิดวิธีป้องกัน"โรคลมแดด" อันตรายถึงตาย เช็คที่นี่มีคำตอบ เตือนคนทำงานกลางแจ้งเสี่ยง แนะหากมีสัญญาณเตือน เพลียหน้ามืด เริ่มเป็นตะคริว ควรหยุดงานพาหลบแดดเข้าที่ร่มทันที
โรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังจากที่ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อน โดยที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประเด็นที่สำคัญก็คือ วิธีการป้องกัน "โรคลมแดด" สามารถทำอย่างไรได้บ้าง
จากการตรวตสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงวิธีป้องกันโรคลมแดดพบว่า
นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้ระบุถึงการป้องกันโรคลมแดด ประกอบด้วย
- พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด
- ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน
- พยายามดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร
- สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป
- สวมแว่นกันแดด กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด
- เลือกออกกำลังกายการช่วงเช้าหรือเย็น
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ดี หากพบเห็นผู้เป็นลมแดดให้รีบนำเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นน้ำแข็งประคบตามซอกคอ หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบร่วมกับใช้พัดลมเป่าเพื่อระบายความร้อนและลดอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด
นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อน และมีอากาศร้อนจัด บางพื้นที่อุณหภูมิสูงสุดอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ประชาชนอาจเป็น "โรคลมแดด" ได้
คนทำงานกลางแจ้งที่เสี่ยงต่อโรคลมแดด เช่น กรรมกรก่อสร้าง เกษตรกร ทหาร นักกีฬา เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไทรอยด์เป็นพิษ คนอ้วน ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ซึ่งโรคจากความร้อนมีอาการหลายอย่างตามลำดับขั้นของอุณหภูมิที่สูงขึ้น เช่น การมีผื่นขึ้นตามตัว ตัวบวม อาการอ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่าเพลียแดด เป็นตะคริว คลื่นไส้อาเจียน ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว ชัก มึนงง หน้ามืด หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีอาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้












