
เฮ รัฐบาลกันเงินกู้ 4 หมื่นล้าน ไม่ปิดทางใช้ “ไทยเที่ยวไทยพลัส”
“เอกนิติ” รับเงินกู้ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เหลือ 4 หมื่นล้านบาท เตรียมพิจารณาใช้ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ส่วนเฟส 2 รอก่อน ด้านพรก. 2 แสนล้านหลัง โฟกัสเปลี่ยนผ่านพลังงาน อุดหนุนติดแผงโซลาร์ เปลี่ยนรถโดยสาร EV
KEY
POINTS
- รัฐบาลกันเงินกู้ที่เหลือจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ไว้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยนายกฯ ให้นโยบายประเมินสถานการณ์ก่อนนำไปใช้
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเสนอของบประมาณ 1,750-2,000 ล้านบาทจากเงินกู้ก้อนดังกล่าว เพื่อดำเนินโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส"
- รมว.คลังไม่ปิดกั้นการใช้งบประมาณเพื่อโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" แต่ย้ำว่าต้องใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาร้านค้าและเกิดประโยชน์สูงสุด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการใช้เงินตามพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้การใช้เงินกู้ส่วนแรก 200,000 ล้านบาท ที่ใช้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า ขอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะมีงบประมาณที่จำกัด จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง และตรงเป้ามากที่สุด
ทั้งนี้ในกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอขอเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ประมาณ 1,750 -2,000 ล้านบาทนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ใช้เงินมาก จึงได้ให้นโยบายไปว่า จะต้องใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพื่อเยียวยาร้านค้าต่าง ๆ
"แม้จะมีจำนวนเงินพอเหลือแต่ก็ต้องใช้ให้ถูกกับวัตถุประสงค์ แต่จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เหมือนกับไทยช่วยไทยพลัส" นายเอกนิติ ระบุ
ส่วนกรณีที่อาจจะมีเสียงวิจารณ์ว่าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสอาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เงินกู้คือจำเป็นเร่งด่วน หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น นายเอกนิติ ยอมรับว่า เรื่องนี้ขอประเมินสถานการณ์ก่อน
เมื่อถามว่าหากต้องต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัสในเฟส จะใช้เงินในส่วนของ 200,000 ล้านบาทหลังในการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาใช้แทนในโครงการนี้ได้หรือไม่ นายเอกนิติ ยอมรับว่า ในทางกฎหมายใช้ได้ แต่ในทางปฏิบัติอยากจะเก็บไว้ใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
พร้อมยอมรับว่า เบื้องต้นจะมีวงเงินประมาณ 50,000 -60,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น โครงการโซลาร์รูฟท็อป เพื่อช่วยประชาชนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่โซลาร์ โดยจะมีสถาบันทางการเงินอย่างธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้ามาช่วยในเรื่องของสินเชื่อด้วย
"ยังมีการเปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิล เพราะปัจจุบันใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของก๊าซธรรมชาติคือการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการขายไฟคืน เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็น สมาร์ทมิเตอร์ และเรื่องระบบสายส่ง เพราะเราต้องคิดทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นอาจเหมือนในต่างประเทศ ที่ทำเรื่องพลังงานสะอาด และเมื่อไฟตกจะดับทั้งเมือง"รองนายกฯ ระบุ
นอกจากนี้ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านด้านคมนาคม โดยรัฐบาลอยากทำเรื่องรถขนส่งสาธารณะ ให้เป็นรถ EV ใน 7 กลุ่ม เพราะรถเหล่านี้มีอายุการใช้งานมายาวนาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดและงบประมาณ







