thansettakij
ตลาด IVF ในไทยโตต่อเนื่อง “Gift Fertility” ชูแนวคิด พลิกโฉมการมีบุตรยาก

ตลาด IVF ในไทยโตต่อเนื่อง “Gift Fertility” ชูแนวคิด พลิกโฉมการมีบุตรยาก

15 ก.พ. 2569 | 02:37 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.พ. 2569 | 03:05 น.

“กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้“ รุกตลาด IVF ในไทย ชี้มีมูลค่ากว่า 6.1 พันล้าน พร้อมเปิดสาขานอร์ธปาร์คชูแนวคิด “Total Fertility Solution” มั่นใจดันยอดโต 20%

KEY

POINTS

  • ตลาด IVF ในไทยคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่อง มีมูลค่าถึง 6,100 ล้านบาทในปี 2568 โดยมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มการมีบุตรช้า แม้ว่ากลุ่มลูกค้าต่างชาติจะยังไม่กลับมาเท่าเดิม
  • กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ เปิดสาขาใหม่ "นอร์ธปาร์ค" ชูแนวคิด "Total Fertility Solution" เพื่อทำให้การรักษาผู้มีบุตรยากเข้าถึงง่ายขึ้นในราคาที่สมเหตุสมผล ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย
  • คลินิกมีอัตราความสำเร็จเฉลี่ย 72% โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติ (จีน, เวียดนาม, อินเดีย) และมองเห็นโอกาสการเติบโตในอนาคตจากกลุ่ม LGBTQ+ หากกฎหมายรองรับ

นางสาวผกาวดี เกตุจรูญ ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ บริษัท กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ จำกัด กล่าวว่า คาดการณ์ปี 2567 ตลาด IVF (In-Vitro Fertilization) หรือ การทำเด็กหลอดแก้วในประเทศไทยเติมโตขึ้น 4% ขณะที่ปี 2568 คาดว่าจะโตชะลอตัวลงเหลือ 3.8% มีมูลค่าประมาณ 6,100 ล้านบาท ปัจจัยหลักคือกลุ่มคนไข้ต่างชาติที่มีสัดส่วยราว 30% ของตลาด โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังไม่กลับมาเหมือนเดิมหลังเกิดโควิด-19 ซึ่งภาวะ "การมีลูกช้า" ของคนส่วนใหญ่ยังเป็นแรงผลักดันหลักให้ตลาดโตต่อได้

ดังนั้น กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ จึงเปิดตัว คลินิก IVF แห่งใหม่ “กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ นอร์ธปาร์ค” ด้วยการชูแนวคิด “Total Fertility Solution” พลิกโฉมการเข้าถึงนวัตกรรมระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้มีบุตรยากให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้จริงสำหรับทุกคน ด้วยบริการที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและราคาที่สมเหตุสมผล เปลี่ยนทุกความหวังในการสร้างครอบครัวให้กลายเป็นความจริงภายใต้มาตรฐานสากลที่จับต้องได้

“เราวางตำแหน่งเป็น First Access สำหรับคนที่เริ่มตัดสินใจรักษาเพื่อการมีบุตร ทลายกำแพงความเชื่อที่ว่า IVF ต้องจ่ายแพง โดยมี 4 สาขาได้แก่ อโศก, โรงพยาบาลนครธน, อุดรธานี และนอร์ธปาร์ค ใช้ระบบ Network ร่วมกับหมอต่างจังหวัดและโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อให้คนไข้ไม่ต้องเดินทางมาหาหมอบ่อย (ลดค่าใช้จ่ายแฝง) พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 แห่งในปี 2569 นี้ และตั้งเป้าโต 20%”

ตลาด IVF ในไทยโตต่อเนื่อง “Gift Fertility” ชูแนวคิด พลิกโฉมการมีบุตรยาก

นางสาวผกาวดี กล่าวว่า ผลงานของกิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ ที่ผ่านมามีอัตราความสำเร็จเฉลี่ยอยู่ที่ 72% ปัญหาที่ไม่สำเร็จส่วนใหญ่เกิดจาก ความผิดปกติของโครโมโซม เนื่องจากอายุผู้รับบริการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเกิน 35 ปี กลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นต่างชาติคือ จีน เวียดนาม และอินเดีย ขณะเดียวกันก็คาดหวังและมองเห็นโอกาสจากกลุ่ม LGBTQ+ ในไทยด้วย ซึ่งมีมากกว่า 5 ล้านคน หรือคิดเป็น 8% ของประชากร หากกฎหมายผ่านและให้สิทธิการรักษาในเรื่องนี้ จะเป็นตลาดที่ใหญ่มากในอนาคต เพราเปัจจุบันยังทำได้เพียง "การแช่แข็งไข่" เพื่อรอวันที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น

ทั้งนี้ กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ นอร์ธปาร์ค แห่งใหม่ถูกวางบทบาทให้เป็นมากกว่าคลินิกทั่วไป แต่เป็นโมเดลต้นแบบของระบบนิเวศสุขภาพการเจริญพันธุ์ ที่ออกแบบเส้นทางการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Care) อย่างเป็นระบบ

ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเชิงลึก การตรวจประเมินภาวะเจริญพันธุ์เชิงโครงสร้าง ไปจนถึงการวางแผน การป้องกัน ช่วยให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ชัดเจน รอบด้าน พร้อมสำหรับการตัดสินใจ พร้อมยกระดับเป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางการแพทย์ (Medical Collaborative Hub) รองรับการดูแลผู้ป่วยจากเครือข่ายพันธมิตรและสถานพยาบาลทั่วประเทศ 

ตลาด IVF ในไทยโตต่อเนื่อง “Gift Fertility” ชูแนวคิด พลิกโฉมการมีบุตรยาก

นพ.นภดล ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการแพทย์ กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ นอร์ธปาร์ค กล่าวว่า ปัจจุบัน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ ดำเนินงานผ่านคลินิกดูแลด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค การเปิด กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ นอร์ธปาร์ค เป็นการขยายเครือข่ายล่าสุดที่สะท้อนการเติบโตขององค์กร พร้อมตอกย้ำจุดยืนของกิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ ในฐานะผู้นำด้านการดูแลสุขภาพการเจริญพันธุ์ ที่มุ่งผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ เทคโนโลยี และความเข้าใจในบริบทชีวิตของผู้รับบริการ ภายใต้มาตรฐานที่เชื่อถือได้ในทุกช่วงของการดูแล

เพราะความสำเร็จในการมีบุตร ไม่ได้วัดเพียงผลลัพธ์ของการรักษาในรอบใดรอบหนึ่ง แต่คือการดูแลสุขภาพการเจริญพันธุ์ของครอบครัวอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในระยะยาว การให้ความสำคัญกับการมองผู้เข้ารับบริการแบบองค์รวม ตั้งแต่พื้นฐานสุขภาพ ฮอร์โมน พันธุกรรม ไปจนถึงบริบทชีวิตและช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละครอบครัว ซึ่งการรักษาที่ดีที่สุดคือการรักษาที่เข้าใจบริบทของชีวิต เพื่อสร้างรากฐานของครอบครัวที่สมบูรณ์และยั่งยืน