สภาผู้บริโภค ผ่าปมประกันสังคม รีดเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บ. แฝงค่าหมอ-คลอดบุตร

08 ม.ค. 2569 | 08:15 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 10:30 น.

เมื่อ 1 ม.ค. 69 เงินเดือนถูกหักเพิ่มเป็น 875 บาท แต่บำนาญยังไม่พอกิน? "สารี อ๋องสมหวัง" เปิดเบื้องลึกกับฐานเศรษฐกิจ ไม่เห็นด้วยต้องจ่ายเพิ่มค่าหมอ-คลอดบุตร ย้ำรัฐต้องจ่ายแทนพร้อมปฏิรูป สปส. ให้โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง!

KEY

POINTS

  • สภาผู้บริโภคคัดค้านการปรับขึ้นเงินสมทบประกันสังคมเป็น 875 บาท โดยชี้ว่าเป็นการจ่ายเงินซ้ำซ้อนสำหรับค่ารักษาพยาบาลและคลอดบุตร ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ประชาชนกลุ่มอื่นได้รับฟรีผ่านบัตรทอง
  • การปรับขึ้นเงินสมทบจะเริ่มในปี 2569 จากเพดานเงินเดือน 15,000 บาท (จ่าย 750 บ.) เป็น 17,500 บาท (จ่าย 875 บ.) และจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดจนถึงปี 2575
  • มีข้อเสนอให้นำเงินสมทบที่เก็บเพิ่มไปเน้นที่ "เงินบำนาญชราภาพ" เป็นหลัก เพื่อให้ผู้ประกันตนมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพหลังเกษียณ

ในวันที่ 1 มกราคม 2569 ปฏิทินชีวิตของแรงงานไทยมาตรา 33 จะก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อกฎกระทรวงฉบับใหม่เริ่มบังคับใช้ ปรับเพดานเงินสมทบจากเดิมสูงสุด 750 บาท (ฐานเงินเดือน 15,000 บาท) ขยับขึ้นเป็น 875 บาทต่อเดือน (ฐานเงินเดือน 17,500 บาท) ในระยะแรก

ตารางการปรับเพดานเงินสมทบมาตรา 33 (เปรียบเทียบปี 2568 - 2575)

  • ปี 2568 (เดิม): เพดาน 15,000 บาท จ่ายสูงสุด 750 บาท (บำนาญ 25 ปี ได้ 5,250 บาท)
  • ระยะที่ 1 (2569-2571): เพดาน 17,500 บาท จ่ายสูงสุด 875 บาท (บำนาญ 25 ปี ได้ 6,125 บาท)
  • ระยะที่ 2 (2572-2574): เพดาน 20,000 บาท จ่ายสูงสุด 1,000 บาท (บำนาญ 25 ปี ได้ 7,000 บาท)
  • ระยะที่ 3 (2575 เป็นต้นไป): เพดาน 23,000 บาท จ่ายสูงสุด 1,150 บาท (บำนาญ 25 ปี ได้ 8,050 บาท)

สภาผู้บริโภค ผ่าปมประกันสังคม รีดเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บ. แฝงค่าหมอ-คลอดบุตร

ตัวเลขที่หายไปจากสลิปเงินเดือนนี้แลกมาด้วยสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นเพียงหลักร้อย แต่สำหรับ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เธอมองว่านี่คือสัญญาณเตือนถึงความเหลื่อมล้ำที่ต้องรีบแก้ไข

จ่ายเพิ่มต้องเป็น "ขั้นบันได" ไม่ใช่ภาระคนรายได้น้อย

นางสาวสารี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ระบุว่า แม้การเพิ่มเงินสมทบจะส่งผลดีต่อสิทธิประโยชน์ระยะยาว แต่การเก็บในอัตราเดียวกันหมดอาจสร้างปัญหาให้กับลูกจ้างที่มีรายได้ไม่เกินค่าแรงขั้นต่ำ เธอเสนอว่าควรมีการจัดเก็บแบบ "ขั้นบันได" เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนแต่ละกลุ่มร่วมสมทบตามกำลังรายได้ และได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับความต้องการจริง

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค

ค้านหัวชนฝา: "ค่าหมอ-คลอดบุตร" ทำไมผู้ประกันตนต้องจ่ายซ้ำซ้อน?

ประเด็นที่เป็น "ยาขม" ที่สุดในการปฏิรูปครั้งนี้ คือการนำเงินที่เก็บเพิ่มไปใช้ในส่วนของ สิทธิการเจ็บป่วยและคลอดบุตร นางสาวสารีตั้งคำถามถึงความเท่าเทียม โดยเปรียบเทียบกับระบบ "บัตรทอง" ที่พลเมืองไทยทุกคนได้รับสิทธิการรักษาฟรีโดยไม่ต้องเสียเงินสมทบ

"ผู้ประกันตนไม่ควรต้องเสียสตางค์เพิ่มในเรื่องสุขภาพและคลอดบุตร ขณะที่คนกลุ่มอื่นได้ฟรี"

เธอเสนอว่าเงินส่วนนี้รัฐบาลควรเป็นผู้สมทบให้เท่ากับกองทุนอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิในฐานะพลเมืองอย่างเป็นธรรม

บทเรียนบำนาญ 5,000 บาท: เมื่อหยาดเหงื่อ 30 ปี ไม่เพียงพอต่อการเกษียณ

ความฝันที่จะมีชีวิตวัยเกษียณที่สุขสบายเหมือนในต่างประเทศที่ได้รับบำนาญหลักแสนบาท ดูจะห่างไกลจากความจริงของแรงงานไทย

นางสาวสารี แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวว่า เธอส่งเงินสมทบมาตั้งแต่ปี 2534 รวมเวลากว่า 30 ปี แต่บำนาญที่จะได้รับกลับมีเพียง 5,475 บาทต่อเดือน เท่านั้น "ถ้าไม่มีงานทำหรือไม่มีเงินเก็บ บำนาญแค่นี้ไม่มีทางพอใช้แน่"

เธอจึงย้ำว่าเงินสมทบที่เพิ่มขึ้นควรถูกเทไปที่ "เงินบำนาญ" เป็นหลัก โดยมีเป้าหมายขั้นต่ำที่ 9,000 บาทต่อเดือน หรือวันละ 300 บาท เพื่อให้เพียงพอต่อค่าอาหาร ค่าน้ำ และค่าไฟ ในวันที่ไม่มีรายได้แล้ว

สภาผู้บริโภค ผ่าปมประกันสังคม รีดเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บ. แฝงค่าหมอ-คลอดบุตร

เสียงสะท้อนจากความเจ็บปวด: เมื่อ "ผู้ดูแล" กลายเป็น "เจ้านาย"

นางสาวสารีเล่าถึงกรณีสะเทือนใจของผู้ประกันตนรายหนึ่งที่ร้องเรียนเข้ามาว่า เขาปวดหลังรุนแรงจนต้องผ่าตัด แต่กลับถูกระบบบังคับให้ต้องนั่งแท็กซี่ไปขอใบส่งตัวจากอีกโรงพยาบาลหนึ่งด้วยตนเอง ทั้งที่ควรใช้ระบบดิจิทัลจัดการได้ เธอชี้ว่าสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ควรทำตัวเป็นผู้ดูแล ไม่ใช่ทำตัวเป็น "เจ้านาย" ของผู้ประกันตน

นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้เงินที่ "ไม่ตรงไปตรงมา" เช่น การลงทุนที่ขาดประสิทธิภาพ การจัดทำปฏิทิน หรือการสร้างอาคารขนาดใหญ่เกินความจำเป็น

"เราอยากเห็นระบบที่ Lean (กระชับ) ง่าย และสะดวก และตรวจสอบงบประมาณได้ทุกบาททุกสตางค์"

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค

ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลหน้า: อย่าปล่อยให้ผู้ประกันตนถูกทอดทิ้ง

ท้ายที่สุด นางสาวสารีฝากการบ้านถึงพรรคการเมืองและรัฐบาลหน้า ให้เข้ามาแก้ไขความไม่เป็นธรรมที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินเรื่องสุขภาพอยู่เพียงกลุ่มเดียว และต้องทำให้ระบบประกันสังคมโปร่งใส ตรวจสอบได้โดยทั้งนายจ้างและลูกจ้างในฐานะผู้จ่ายเงินตัวจริง

การปฏิรูปครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ระบบประกันสังคมเป็น "หลักประกัน" ที่พึ่งพาได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การ "เพิ่มเพดาน" แต่คือการ "เพิ่มคุณภาพชีวิต" ให้กับแรงงานไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมและโปร่งใส