7 มกราคม 2569 หลังจากที่สำนักงานประกันสังคม ประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่ กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงใช้ในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ.2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วโดยเริ่มใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งแน่นอนว่าได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) โดยตรงที่ต้องควักจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ ลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 1 คน
อย่างไรก็ดี สำหรับการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามประกาศกฎกระทรวงดังกล่าวนั้น ประกันสังคมระบุว่า จะทำในลักษณะแบบขั้นบันได โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
ระยะที่ 1 : ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 -31 ธ.ค.2571 ไม่เกิน 17,500 บาท/เดือน จ่ายสมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน
เงินทดแทนและเงินสงเคราะห์ กรณีต่าง ๆ
- เจ็บป่วย 8,750 บาท/เดือน
- ทุพพลภาพ 8,750 บาท/เดือน
- ว่างงาน 8,750 บาท/เดือน
- คลอดบุตร 26,250 บาท/เดือน
- เสียชีวิต 105,000 บาท/เดือน
- บำนาญ
ระยะที่ 2 : ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2572- 31 ธ.ค.2574 ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน จ่ายสมทบสูงสุด 1,000 บาท/เดือน
เงินทดแทนและเงินสงเคราะห์ กรณีต่าง ๆ
- เจ็บป่วย 10,000 บาท/เดือน
- ทุพพลภาพ 10,000 บาท/เดือน
- ว่างงาน 10,000 บาท/เดือน
- คลอดบุตร 30,000 บาท/เดือน
- เสียชีวิต 120,000 บาท/เดือน
- บำนาญ
ระยะที่ 3: ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2575 เป็นต้นไป ไม่เกิน 23,000 บาท/เดือน จ่ายสมทบสูงสุด 1,150 บาท/เดือน
เงินทดแทนและเงินสงเคราะห์ กรณีต่าง ๆ
- เจ็บป่วย 11,500 บาท/เดือน
- ทุพพลภาพ 11,500 บาท/เดือน
- ว่างงาน 11,500 บาท/เดือน
- คลอดบุตร 34,500 บาท/เดือน
- เสียชีวิต 138,000 บาท/เดือน
- บำนาญ
หากเปรียบเทียบกับการจ่ายเงินสมทบที่ผ่านมา ในปี 2568 ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้าง 15,000 บาท จ่ายสมทบสูงสุด 750 บาท/เดือน
เงินทดแทนและเงินสงเคราะห์ กรณีต่าง ๆ
- เจ็บป่วย 7,500 บาท/เดือน
- ทุพพลภาพ 7,500 บาท/เดือน
- ว่างงาน 7,500 บาท/เดือน
- คลอดบุตร 22,500 บาท/เดือน
- เสียชีวิต 90,000 บาท/เดือน
- บำนาญ
ที่มา สำนักงานประกันสังคม