นายกโรงแรมไทย หวั่น 'เพิ่มเงินสมทบประกันสังคม' ดันต้นทุนเอกชนท่องเที่ยวพุ่ง

08 ม.ค. 2569 | 08:05 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 08:53 น.

นายกสมาคมโรงแรมไทย แสดงความเป็นห่วง 'เพิ่มเงินสมทบประกันสังคม' ดันต้นทุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวสูงขึ้น ซ้ำเติมช่วงฟื้นตัว ชี้จังหวัดเล็กและเมืองรองเสี่ยงกระทบหนัก

KEY

POINTS

  • การปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมจะสร้างภาระต้นทุนเพิ่มให้ผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมในจังหวัดเล็กและเมืองรองที่รายได้ยังเปราะบาง
  • ภาคธุรกิจท่องเที่ยวกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนซ้ำซ้อน ทั้งจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นตามมา
  • เสนอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการด้านต้นทุนต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ประกอบการที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ

จากกรณีการประกาศปรับเพิ่มเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เพื่อเสริมความมั่นคงของกองทุนในระยะยาว โดยในปี 2569 สำนักงานประกันสังคม ได้ปรับเพดานค่าจ้างระยะที่ 1 จากเดิม 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ทำให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีรายได้ 17,500 บาทขึ้นไป ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บาทต่อเดือน 

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย แสดงความกังวลว่า การปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม จะกลายเป็นภาระต้นทุนเพิ่มเติมของผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมและธุรกิจบริการในจังหวัดขนาดเล็กและเมืองรอง ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยอยู่แล้ว และยังมีความเปราะบางทางรายได้

"ภาคการท่องเที่ยวกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการเพิ่งรับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และเมื่อมีการปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมซึ่งคำนวณตามค่าแรง ยิ่งทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นซ้ำซ้อนในช่วงที่หลายธุรกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่" นายเทียนประสิทธิ์ ระบุ

ขณะเดียวกัน ภาพรวมตัวเลขการท่องเที่ยวในช่วงต้นปีสะท้อนสัญญาณที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในช่วง 5 วันแรกที่จำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว และยอดนักท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามกลับมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ หากฝากข้อเสนอถึงรัฐบาลชุดใหม่ เห็นว่า ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการท่องเที่ยวฝั่งซัพพลายมากขึ้น ควบคู่กับการทบทวนมาตรการด้านต้นทุนที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงหรือเงินสมทบประกันสังคม เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจต้องเผชิญภาระซ้ำซ้อนในช่วงฟื้นตัว

สำหรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง นายกสมาคมโรงแรมไทย มองว่า การประกาศแคมเปญพร้อมกันหลายจังหวัดอาจทำให้ทรัพยากรกระจายตัวมากเกินไป เสนอให้ทยอยดำเนินการเป็นรายพื้นที่ เช่นปีละ 3-5 จังหวัด พร้อมเสนอให้ภาครัฐเพิ่มบทบาทสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในระยะยาว