thansettakij
thansettakij
คปภ.เผยโรงเบียร์ลาดพร้าว ทำประกันอัคคีภัยกับทิพยประกันภัยทุน 40 ล้านบาท

คปภ.เผยโรงเบียร์ลาดพร้าว ทำประกันอัคคีภัยกับทิพยประกันภัยทุน 40 ล้านบาท

13 ก.ค. 69 | 06:38 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 06:39 น.

คปภ.ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เร่งตรวจสอบสิทธิประกันภัย เบื้องต้นพบสถานประกอบการทำประกันอัคคีภัยกับทิพยประกันภัย วงเงินคุ้มครอง 40 ล้าน

KEY

POINTS

  • โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้กับ บมจ. ทิพยประกันภัย ด้วยวงเงินคุ้มครองรวม 40 ล้านบาท
  • กรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้าง การปรับปรุงต่อเติมอาคาร เฟอร์นิเจอร์ และสต็อกสินค้า
  • คปภ. ได้ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือและตรวจสอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัยและทายาท
  • คปภ. กำลังตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมีการทำประกันภัยประเภทอื่น ๆ เช่น ประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้หรือไม่

เลขาธิการ คปภ. สั่งตั้งศูนย์ประสานงานรับข้อมูลผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว พร้อมส่งทีมลงพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยและทายาท เร่งตรวจสอบสิทธิประกันภัยผ่านระบบ IBS และประสานบริษัทประกันภัยพิจารณาค่าสินไหมโดยเร็ว เบื้องต้นพบสถานประกอบการทำประกันอัคคีภัยกับทิพยประกันภัย วงเงินคุ้มครองรวม 40 ล้านบาท

คปภ.สั่งตั้งศูนย์ประสานงาน เร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและทายาท

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือด้านประกันภัยอย่างเต็มที่

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

พร้อมกันนี้ ได้สั่งตั้ง ศูนย์ประสานงานรับข้อมูลผู้เสียชีวิต ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับเรื่อง ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย ให้คำปรึกษา และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยและทายาทผู้เสียชีวิต

ส่งทีมลงพื้นที่ ตรวจสอบสิทธิผ่านระบบ IBS เร่งประสานบริษัทประกัน

เลขาธิการ คปภ. ได้มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ พร้อมด้วยนางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านสิทธิประโยชน์ประกันภัยแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต

นายอดิศร กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้ประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนตรวจสอบข้อมูลผ่าน ระบบศูนย์กลางข้อมูลด้านการประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อค้นหากรมธรรม์ประกันภัยและสิทธิประโยชน์ของผู้ประสบภัยแต่ละราย

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ  คปภ.

พร้อมประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

 

 

พบโรงเบียร์ทำประกันอัคคีภัยกับทิพยประกันภัย วงเงิน 40 ล้านบาท

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าสถานประกอบการได้ทำประกันอัคคีภัยกับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีทุนประกันภัยรวม 40 ล้านบาท ครอบคลุมความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง งานปรับปรุงต่อเติมอาคาร เฟอร์นิเจอร์ สิ่งตกแต่งถาวร เครื่องใช้ไฟฟ้า และสต็อกสินค้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและประเมินความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้

คปภ.ลงพื้นที่ ตรวจสอบสิทธิผ่านระบบ IBS เร่งประสานบริษัทประกันเหตุไฟไหม่โรงเบียร์ลาดพร้าว

 

นอกจากนี้ คปภ. ยังได้ประสานบริษัทประกันภัยเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีการทำประกันภัยประเภทอื่นหรือไม่ เช่น ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ประกันสุขภาพ หรือประกันภัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ 

แนะผู้ประกอบการใช้ประกันภัยบริหารความเสี่ยง

นายอดิศร กล่าวว่า เหตุการณ์ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา จึงอยากให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง และสถานประกอบการทุกประเภทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก หรือประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดผลกระทบและบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและทายาทผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดจนกว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จ โดยผู้ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อศูนย์ประสานงานรับข้อมูลผู้เสียชีวิต ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วน 1186 และ LINE Official Account @OICConnect เพื่อขอรับคำปรึกษาและตรวจสอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย