thansettakij
thansettakij
สวัสดิการรักษาพยาบาลราชการ

ปกรณ์ นัดถก คลัง ก.พ. คปภ. รื้อใหญ่สวัสดิการ 'ค่ารักษาพยาบาลราชการ’

08 ก.ค. 69 | 03:16 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 69 | 03:47 น.

รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ นัดสำนักงาน ก.พ. กรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หาข้อสรุปปรับปรุงสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ เล็งนำระบบประกันสุขภาพมาใช้

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรื้อใหญ่สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ
  • มีแนวคิดที่จะนำระบบประกันสุขภาพมาใช้แทนระบบปัจจุบัน เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐ
  • มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. กรมบัญชีกลาง และ คปภ. ร่วมกันศึกษาแนวทางและวิธีการที่เหมาะสม
  • การปรับปรุงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และเพิ่มงบสำหรับการลงทุนพัฒนาประเทศ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในสัปดาห์นี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมนัดหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาหารือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างระบบราชการ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องแนวทางการปรับปรุง สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ ซึ่งตามนโยบายของรัฐบาล จะพยายามหาทางปรับลดรายจ่ายในส่วนนี้ลงด้วยการพิจารณานำระบบประกันสุขภาพมาปรับใช้ คาดว่าในแนวทางการดำเนินการจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ เพราะถ้าทำได้สำเร็จจะช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐได้จำนวนมาก

“แนวทางตอนนี้คงเป็นเรื่องการศึกษาระบบที่เหมาะสมมาใช้กับเรื่องของสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการในปัจจุบัน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายจะผลักดันเรื่องนี้ออกมาให้ได้โดยเร็ว” แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุ

สำหรับประเด็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลนั้น ที่ผ่านมาในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ไปศึกษาวิธีการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน ก่อนที่จะนำมาเสนอที่ประชุม ก.พ. พิจารณาอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ในการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการนั้น กรมบัญชีกลาง และ สำนักงาน ก.พ. เคยศึกษาและหารือแนวทางการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้จัดการสวัสดิการข้าราชการ เพื่อลดภาระงบประมาณแผ่นดินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการหยิบยกแนวคิดการซื้อประกันกลุ่ม ซึ่งกระทรวงการคลังเคยหารือกับบริษัทประกันภัยเพื่อศึกษาการจัดแพ็คเกจดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อสรุป

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยอมรับว่า โครงสร้างของงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยรวมในปัจจุบันงบประมาณรายจ่ายประจำ โดยเฉพาะสวัสดิการและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ยังมีสัดส่วนที่สูงมากและขยายตัวต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบและไปเบียดบังพื้นที่ของงบลงทุน ดังนั้นในระยะต่อไปจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับปรุงระบบสวัสดิการ เพื่อลดภาระงบประมาณส่วนนี้ลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้มีงบประมาณสำหรับการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น

“ฐานเศรษฐกิจ”ตรวจสอบรายละเอียดของโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยอ้างอิงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 เทียบกับงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา พบว่า โครงสร้างงบประมาณที่เป็นรายจ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการของข้าราชการ ซึ่งกำหนดไว้ภายใต้งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ในปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินอยู่ที่ 94,200 ล้านบาท ขณะที่ในปีงบประมาณ 2570 ก็ตั้งวงเงินไว้เท่ากับปีก่อน

นอกจากนี้เมื่อพิจารณารายจ่ายงบกลาง รายการเบี้ยหวัด บำเหน็จ และบำนาญข้าราชการ ยังพบด้วยว่า ภายใต้ประมาณรายจ่ายปี 2569 รายการดังกล่าวมีวงเงินสูงถึง 364,288 ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณ 2570 ตั้งวงเงินเพิ่มขึ้นเป็น 389,090 ล้านบาท