
คปภ.เร่งเยียวยาเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สั่งจ่ายค่าสินไหมภายใน 3 วัน
คปภ.เผยเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ผู้ประกอบการทำประกันภัยในนามบุคคลธรรมดา พร้อมประสานบริษัทประกันเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตภายใน 3 วัน
KEY
POINTS
- คปภ. สั่งบริษัทประกันภัยเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้บาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวภายใน 3 วัน
- ผลการตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการดังกล่าวทำประกันภัยในนามบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ในนามนิติบุคคล
- คปภ. จะเข้าช่วยเหลือตรวจสอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยอื่นๆ และแจ้งให้ญาติผู้ประสบเหตุทราบเพื่อเร่งรัดการเยียวยา
คปภ.เผยผลตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว พบผู้ประกอบการทำประกันภัยในนามบุคคลธรรมดา พร้อมประสานบริษัทประกันภัยเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตภายใน 3 วัน ย้ำจะช่วยตรวจสอบสิทธิและแจ้งความคุ้มครองให้ญาติผู้ประสบเหตุได้รับทราบโดยเร็ว
พบผู้ประกอบการทำประกันในนามบุคคล เร่งประสานจ่ายค่าสินไหม
นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวได้ทำประกันภัยในนามบุคคลธรรมดา พร้อมมีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยเพื่อคุ้มครองทรัพย์สิน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบการทำประกันภัยในนามนิติบุคคลหรือบริษัทของสถานประกอบการ แม้โดยทั่วไปธุรกิจลักษณะดังกล่าวมักจดทะเบียนและทำประกันในนามบริษัทก็ตาม
คปภ.เดินหน้าช่วยเหลือเชิงรุก แจ้งสิทธิผู้เสียหายทุกกรมธรรม์
รองเลขาธิการ คปภ.กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้เร่งประสานไปยังบริษัทประกันภัยที่รับประกันในนามบุคคล เพื่อให้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้บาดเจ็บและทายาทของผู้เสียชีวิตภายใน 3 วัน
นอกจากนี้ คปภ. จะทำหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้กับญาติของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ทราบว่าผู้ประสบเหตุแต่ละรายมีกรมธรรม์หรือความคุ้มครองใดที่สามารถใช้สิทธิรับเงินเยียวยาได้ พร้อมขอให้ญาติผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตติดต่อมายังสำนักงาน คปภ. เพื่อรับข้อมูลและดำเนินการใช้สิทธิตามกรมธรรม์โดยเร็ว
ย้ำประกันนามบุคคล-นิติบุคคล สิทธิประโยชน์ไม่ต่างกัน
นายอดิศร กล่าวว่า ในแง่ของความคุ้มครองและผลประโยชน์ การทำประกันภัยในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการเร่งดำเนินการช่วยเหลือและจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต







