thansettakij
thansettakij
ข่าวการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย

สิงห์อมควันหนาว ครม.รับข้อเสนอออกกฎหมายใหม่ปราบบุหรี่ไฟฟ้า ครอบครองมีโทษ

22 มิ.ย. 69 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :22 มิ.ย. 69 | 09:27 น.

ครม.รับข้อเสนอกระทรวงสาธารณสุข หลังศึกษาข้อเสนอแนะในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย เล็งตรากฎหมายฉบับใหม่ รวบรวมมาตรการคุมบุหรี่ไฟฟ้า ครอบครอง ขาย นำเข้า มีโทษหนัก

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบข้อเสนอให้พิจารณาออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะ
  • กฎหมายใหม่ที่เสนอจะรวบรวมมาตรการต่างๆ ไว้ในฉบับเดียว ให้ครอบคลุมทั้งการห้ามนำเข้า ผลิต ขาย และการครอบครองซึ่งจะมีโทษ
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามที่ต้องปราบปราม ไม่ใช่แค่ควบคุม

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ ที่ประชุมคณะรับมนตรี (ครม.) ได้รับทราบรายงานสรุปผลการพิจารณาต่อข้อเสนอแนะในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ภายหลังได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อสั่งการของครม. ที่ให้ไปศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

สำหรับข้อเสนอแนะในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ ข้อเสนอแนะให้กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณา แก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ให้มีมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ให้ครอบคลุมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ 

 

รวมถึงการควบคุมการผลิต การนำเข้า การจำหน่าย การโฆษณาและการใช้ทั้งในพื้นที่จริงและสื่อออนไลน์ โดยในระหว่างที่ไม่มีบทบัญญัติดังกล่าว ให้กำชับ ให้เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด

ผลการพิจารณาในภาพรวม

ทั้งนี้ผลการพิจารณาในภาพรวมพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด ภายใต้กฎหมายสำคัญจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่

1. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557

2. คำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า

3. พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

มาตรการทางกฎหมายทั้งสามฉบับดังกล่าวดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายหลักและมีกลไกการกำกับติดตามที่มีประสิทธิภาพชัดเจนในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า 

ประกอบกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงยืนยันจุดยืนร่วมกันในการบังคับใช้มาตรการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด โดยยึดหลัก ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าในราชอาณาจักร และห้ามครอบครองอย่างเคร่งครัด 

พร้อมทั้งมีความเห็นร่วมกันว่า ทิศทางการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวควรดำเนินไปตามแนวทางและกลไกทางกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นรูปแบบของมาตรการปราบปรามที่มีความชัดเจนและสามารถรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุดสอดคล้องกับนโยบายการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย

ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เพื่อกำหนดให้มีมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบครอบคลุมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ เนื่องจากเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชน และกำหนดมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เช่น อายุของผู้ซื้อและผู้ขาย วิธีการขาย สถานที่ ห้ามขาย การห้ามโฆษณาและสื่อสารการตลาดทุกรูปแบบ 

เป็นมาตรการเชิงควบคุมเพื่อจำกัดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบซึ่งเป็นสินค้าที่เสพติดและทำลายสุขภาพที่สามารถขายได้อย่างถูกกฎหมายเท่านั้น กล่าวคือ ได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้ามาเพื่อขายในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต แตกต่างจากบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามที่ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด ทั้งในแง่ของการห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ห้ามขายในราชอาณาจักร และห้ามครอบครอง

การแก้ปัญหาในระยะยาว

อย่างไรก็ตามในระยะยาว ประเทศไทยอาจพิจารณาการตรากฎหมายฉบับใหม่ เพื่อรวบรวมมาตรการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าให้อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวให้มีความครบถ้วนและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐในการดำเนินการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด โดยคำนึงว่าบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ เป็นสารเสพติด และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การใช้สารเสพติดประเภทอื่น 

ตลอดจนเป็นการสนับสนุนทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยกฎหมาย ฉบับดังกล่าวควรกำหนดสาระสำคัญให้ครอบคลุมในทุกมิติ ได้แก่ การห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ห้ามขาย ในราชอาณาจักร และห้ามครอบครอง รวมถึงการกำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละภารกิจอย่างชัดเจน 

ทั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงานตามบทบาทหน้าที่ ที่รับผิดชอบ จะช่วยเสริมสร้างความเป็นเอกภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการ ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น