thansettakij
thansettakij
บุหรี่ไฟฟ้าทะลัก ‘ศุลกากร’ ยึดกว่า 49 ล้านมวน ทะลุ 40 ล้านบาท

บุหรี่ไฟฟ้าทะลัก ‘ศุลกากร’ ยึดกว่า 49 ล้านมวน ทะลุ 40 ล้านบาท

06 พ.ค. 69 | 07:50 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ค. 69 | 07:58 น.

ศุลกากรผนึกตำรวจ ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ยึดกว่า 49 ล้านมวน ทะลุ 40 ล้านบาท แฉบขวนการแยกชิ้นลักลอบนำเข้า พร้อมสกัดนำเข้ายาเสพติด

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้เข้มงวดการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายการลักลอบนำเข้าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) และสารเอโทมิเดต อย่างเป็นระบบครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง 

โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ต.ค. 2568 - พ.ค. 2569) กรมศุลกากรสามารถตรวจยึดบุหรี่ได้ถึง 49,064,878 มวน รวมมูลค่าของกลางกว่า 225 ล้านบาท บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ 548,577 ชิ้น รวมมูลค่าของกลางกว่า 71 ล้านบาท ก๊าซไนตรัสออกไซด์จำนวน 140,200 กระบอก คิดเป็นมูลค่ากว่า 95 ล้านบาท และสารเอโทมิเดต ปริมาณ 28 กิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 18 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน 2569 กรมศุลกากรได้มีการตรวจยึดกรณีสำคัญโดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้า ต้นทางประเทศจีน พบสินค้าไม่ได้สำแดง เป็นบุหรี่ไฟฟ้าครบชุดสมบูรณ์ จำนวน 52,000 ชิ้น น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 100 แกลลอน มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท 

จากการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว พบว่าผู้กระทำความผิดได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยใช้วิธีนำเข้าในลักษณะ“แยกชิ้นส่วน” อาทิ ตัวเครื่อง แบตเตอรี่ หัวพอด สำลี น้ำยา บรรจุภัณฑ์ โดยสำแดงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือสินค้าอื่น ๆ ทั่วไป รวมทั้งลักลอบนำเข้ามาพร้อมกับสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทต่าง ๆ 

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

ทั้งนี้ นอกจากการซุกซ่อนมาในตู้คอนเทนเนอร์แล้ว จากการบูรณาการกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากรยังพบว่ามีการลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น การจัดส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ตลอดจนการลักลอบนำเข้าผ่านแนวชายแดน แล้วนำมารวบรวมเพื่อประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จรูปและใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อจำหน่ายต่อไป 

นอกจากนี้ หน่วยสืบสวนปราบปรามสงขลา สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ได้เข้าตรวจค้นพัสดุไปรษณีย์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบ จำนวน 52,742 ชิ้น มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท รวมถึงสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ทำการตรวจค้นจับกุมผู้โดยสารชาวไทย จำนวน 3 ราย เดินทางมาจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พบบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 21 เครื่อง และไส้บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 165,600 มวน มูลค่ากว่า 9 แสนบาท 

”กรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560“

สำหรับบุหรี่มวนผิดกฎหมาย กรมศุลกากรได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า รูปแบบพฤติการณ์การลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายในปัจจุบันเป็นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น กรมศุลกากรจึงได้ปรับแผนการเฝ้าระวังให้สอดคล้องกับสถานการณ์และนำเทคโนโลยี x-ray มาช่วยในการตรวจสอบ 

โดยสำนักงานศุลกากรกรุงเทพได้เข้าตรวจสอบ ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคัดแยกและกระจายพัสดุทั่วประเทศ พบว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สามารถอายัดพัสดุต้องสงสัยว่าเป็นบุหรี่ต่างประเทศลักลอบนำเข้าได้กว่า 4,000 หีบห่อมีต้นทางจากจังหวัดในภาคใต้ และมีพฤติการณ์ปิดบังอำพรางโดยใช้สิ่งอื่นห่อหุ้มของเพื่อหลบเลี่ยง

การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ 

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจยึดกรณีสำคัญโดยด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่ ด่านศุลกากรสงขลา และหน่วยสืบสวนปราบปรามสงขลา สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 เข้าตรวจค้นพัสดุไปรษณีย์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และตรวจยึดบุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศที่มิได้ปิดอากรแสตมป์และไม่ปรากฏหลักฐานในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง จำนวน 14,028 คอตตอน (จำนวน 2,805,520 มวน) มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท 

ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิดฐานนำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรและเป็นของต้องกำกัดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรได้มีการบูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

และหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยานนานาชาติ (AITF)  ตรวจยึด "สารเอโทมิเดต" (Etomidate) จำนวนกว่า 28 กิโลกรัม ต้นทางอินเดีย และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 7 ราย พร้อมอุปกรณ์สำหรับผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และพอดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดตกว่าพันชิ้น การสืบสวนและรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหา 4 ราย มีประวัติการลักลอบนำเข้าสารเอโทมิเดตเข้ามาในราชอาณาจักรหลายครั้ง 

และอีก 3 ราย เป็นผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการลักลอบนำเข้าสารเอโทมิเดต เพื่อนำไปผสมกับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า น้ำมันอวกาศ (Space oil) หรือบุหรี่ซอมบี้ (Zombie drug) ซึ่งเป็นสารเสพติดอันตรายรูปแบบใหม่ที่กำลังแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 

ถือเป็นความผิดฐานร่วมกันนำเข้าซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 มาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

ทั้งนี้ เช่นเดียวกันกับสินค้าประเภทก๊าซหัวเราะ ซึ่งผู้กระทำความผิดได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ

การลักลอบนำเข้า โดยปัจจุบันนำเข้ามาในลักษณะบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก เช่น หลอดหรือกระป๋องขนาดย่อม 

แทนการนำเข้าในถังขนาดใหญ่เชิงอุตสาหกรรม ซึ่งในช่วงตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 – เดือนเมษายน 2569

กรมศุลกากร 

โดยสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ตรวจยึด ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (Happy Gas) บรรจุในกระบอกอัดก๊าซปริมาณรวม 135,936 กระบอก มูลค่าของกลางกว่า 24 ล้านบาท ซึ่งสินค้าดังกล่าวจัดเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items) 

ซึ่งโดยปกติมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์หรืออุตสาหกรรมอาหาร 

แต่ปัจจุบันพบการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เพื่อสันทนาการ (การสูดดม) อันอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อระบบประสาทและสุขภาพของประชาชน ดังนั้น การนำเข้าก๊าซไนตรัสออกไซด์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความผิดฐานนำเข้าสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมศุลกากรมีความห่วงใยต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จึงขอแจ้งเตือนให้ทุกท่านตระหนักถึงภัยอันตรายและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และก๊าซหัวเราะ ที่มีสารเคมีอันตราย โดยเฉพาะสารเอโทมิเดตที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจ และสมอง 

นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้า ครอบครอง หรือจำหน่ายโดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย สำหรับก๊าซหัวเราะแม้จะถูกนำไปใช้ในทางการแพทย์หรืออุตสาหกรรม แต่หากนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะเพื่อการสันทนาการอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาทและสมอง รวมถึงเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ 

“กรมศุลกากรจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการหลีกเลี่ยงการใช้หรือสนับสนุนสินค้าดังกล่าว และช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบการลักลอบนำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”