thansettakij
thansettakij
สมาคมยาสูบ จี้ ดีอี เรียก Meta แจงบุหรี่เถื่อนออนไลน์ หลังขายพุ่งกว่า 1,200 รายการ

สมาคมยาสูบ จี้ ดีอี เรียก Meta แจงบุหรี่เถื่อนออนไลน์ หลังขายพุ่งกว่า 1,200 รายการ

09 มิ.ย. 69 | 09:15 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มิ.ย. 69 | 09:18 น.

บุหรี่เถื่อนออนไลน์ลามหนัก ใช้กลุ่มลับ-แฮชแท็กเลี่ยงจับตา สมาคมยาสูบจี้ดีอีเรียก Meta มาชี้แจง แนะรัฐแก้กฎหมายด่วน หลังพบโพสต์ขายบุหรี่ผิดกฎหมายกว่า 1,240 รายการ

KEY

POINTS

  • สมาคมการค้ายาสูบไทยเรียกร้องให้กระทรวงดีอีขยายประเด็นการหารือกับ Meta ให้ครอบคลุมถึงปัญหาการลักลอบขายบุหรี่เถื่อนออนไลน์
  • พบโพสต์ซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 1,240 รายการ โดยผู้ค้าเปลี่ยนรูปแบบไปใช้กลุ่มปิดและเทคนิคเพื่อเลี่ยงการตรวจจับ
  • การขายบุหรี่เถื่อนออนไลน์ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค ทำให้เยาวชนเข้าถึงง่าย และกระทบผู้ค้ารายย่อยที่ถูกกฎหมาย

จากกรณีกระทรวงดีอีเรียก Meta ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook เข้ามาชี้แจงเรื่องการไลฟ์สดอนาจารบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวมถึงสั่งให้ส่งข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมภายใน 3-5 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการสืบสวนดำเนินคดี 

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวให้ความเห็นว่า ต้องการให้ขยายประเด็นไปถึงการโฆษณาซื้อขายบุหรี่เถื่อนในแพลตฟอร์มดังกล่าวอย่างแพร่หลายด้วย โดยที่ผ่านมาสมาคมฯ เคยทำหนังสือเรียกร้องไปยังเจ้าของแพลตฟอร์มดังกล่าวให้ช่วยปิดกั้นการมองเห็นหรือห้ามการพูดคุย-โพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ แต่ไม่ได้รับการตอบรับในการแก้ปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด

โพสต์ซื้อขายมากกว่า 1,200 รายการ

จากการติดตามและวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์เกี่ยวกับบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568พบโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายมากกว่า 1,240 โพสต์ โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาจากฝั่งผู้ขาย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายปี 

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย

ซึ่งสะท้อนว่าตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดหย่อน ฝ่าฝืนกฎหมายห้ามโฆษณาห้ามขายออนไลน์ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างชัดเจน แม้ภาครัฐจะเดินหน้าปราบปรามมาโดยตลอด

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่จำนวนโพสต์ที่เพิ่มขึ้น แต่คือรูปแบบของการซื้อขายที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ใช้แพลตฟอร์มเปิดหรือหน้าเพจสาธารณะ กลายเป็นการโพสต์ขายบน Facebook Market และ การรวมตัวใน Facebook Groups มีการชวนเข้ากลุ่มปิดทำให้เกิดความคุ้นเคยและความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ใช้ตัวอักษรพิเศษเพื่อเลี่ยงการตรวจจับของอัลกอริทึม หรือติดแฮชแท็กเพื่อเพิ่มการมองเห็น จนพัฒนาเป็นระบบนิเวศการค้าผิดกฎหมายที่แข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีข่าวรายงานจากกรมสรรพสามิตแสดงความกังวลว่า บุหรี่เถื่อน บุหรี่ปลอม เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมากกว่าบุหรี่ถูกกฎหมายเนื่องจากการผลิตไม่ได้มีการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานอาจมีสารปนเปื้อนจากสารเคมีตกค้าง รวมถึงเชื้อราในบุหรี่ ทำให้มีสารที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงเป็นการความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนและยังทำให้เยาวชนสามารถซื้อบุหรี่ได้ง่ายกว่าเดิมเพราะไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้อเลย

ในขณะที่การกำกับดูแลผู้ค้ายาสูบถูกกฎหมายสามารถสอดส่องดูแลและลงโทษผู้ทำผิดได้อย่างเข้มข้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมสรรพสามิต และหน่วยงานของกระทรวงสาธรณสุข แต่รัฐกลับละเลยกลุ่มผู้ค้าออนไลน์เหล่านี้ทั้งๆ ที่มองเห็นการกระทำผิดและการปล่อยปละละเลยของเจ้าของแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กำหนดไว้อย่างชัดเจนให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีหน้าที่ลบหรือระงับข้อมูลที่ผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันนี้การซื้อขายผิดกฎหมายได้หลบเข้าไปอยู่ในกลุ่มปิด พร้อมพัฒนาเทคนิคเลี่ยงการตรวจจับ ยิ่งทำให้การสกัดกั้นและควบคุมเนื้อหาทำได้ยากขึ้น สมาคมฯ จึงอยากสนับสนุนให้รัฐมนตรีกระทรวงดีอีเอาจริง ด้วยการแก้กฎหมายให้ทันเกม เพื่อให้สามารถเอาผิดและกำหนดความรับผิดชอบต่อแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม บังคับให้แพลตฟอร์มรับผิดอย่างเข้มข้น ลดเวลาการลบเนื้อหา และปิดช่องตีความที่เปิดทางให้หลีกเลี่ยงความผิด

นางสาวธัญญศรัณ กล่าวอีกว่า หากรัฐสามารถเรียกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเข้ามาชี้แจงเรื่องคอนเทนต์ผิดกฎหมายประเภทอื่นได้ก็ไม่ควรมองข้ามปัญหาบุหรี่เถื่อนออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกันเพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีแต่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคเยาวชน ความปลอดภัยในโลกออนไลน์โดยตรงรวมถึงเป็นการแสดงความเคารพต่อร้านค้าถูกกฎหมายรากหญ้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัดด้วย