thansettakij
thansettakij
บุหรี่เถื่อนทะลักฉุดรายได้รัฐหาย 3 หมื่นล้าน ส.ยาสูบจี้เร่งปราบก่อนออกกฎหมายใหม่

บุหรี่เถื่อนทะลักฉุดรายได้รัฐหาย 3 หมื่นล้าน ส.ยาสูบจี้เร่งปราบก่อนออกกฎหมายใหม่

17 มิ.ย. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มิ.ย. 69 | 08:45 น.

บุหรี่เถื่อนระบาดหนักพุ่ง 28% ฉุดรายได้รัฐหาย 3 หมื่นล้านบาท สมาคมค้ายาสูบไทยเตือนมาตรการห้ามซื้อบุหรี่ตามปีเกิดอาจยิ่งแก้ปัญหาผิดทาง หวั่นกระทบร้านค้ารายย่อย

KEY

POINTS

  • สมาคมการค้ายาสูบไทยชี้ปัญหาบุหรี่เถื่อนระบาดหนัก ทำรัฐสูญเสียรายได้ปีละประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
  • คัดค้านนโยบายใหม่ที่ห้ามซื้อบุหรี่ตามปีเกิด เพราะจะยิ่งผลักดันให้คนหันไปพึ่งพาตลาดมืดที่เข้าถึงง่ายกว่า
  • เรียกร้องให้ภาครัฐชะลอการออกกฎหมายใหม่ และหันมาให้ความสำคัญกับการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจังก่อน

สมาคมการค้ายาสูบไทย ออกโรงค้านแนวทางนโยบาย ‘Nicotine-Free Generation’ หรือการจำกัดปีเกิดห้ามซื้อบุหรี่ของกระทรวงสาธารณสุข โดยชี้ว่านอกจากจะไม่ช่วยลดการสูบบุหรี่แล้ว ยังเป็นการ "ผลักภาระ" และสร้างความยุ่งยากในทางปฏิบัติและสร้างต้นทุนแฝง ให้แก่ร้านค้าปลีกถูกกฎหมายทั่วประเทศ ที่สำคัญ มาตรการนี้จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมวิกฤต "บุหรี่เถื่อน" ที่ปัจจุบันเติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านช่องทางออนไลน์และตลาดมืดดิจิทัล โดยพุ่งสูงจาก 6% ในปี 2560 มาเป็น 28% ในปี 2569 จนทำให้รัฐสูญรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งนี้สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ภาครัฐชะลอการออกกฎหมายดังกล่าวเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน และหันไปเน้นการบังคับใช้กฎหมายเดิมเพื่อปราบปรามเครือข่ายนายทุนและตัดวงจรบุหรี่เถื่อนอย่างเด็ดขาดแทน

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยถึงประเด็นกรณีกระแสข่าวในช่วงวันงดสูบบุหรี่โลกที่ผ่านมา หลังนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขกำลังศึกษาแนวทางผลักดันนโยบาย Nicotine-Free Generation ในประเทศไทย  โดยมองว่าการกำหนดปีเกิดเพื่อห้ามซื้อบุหรี่ไม่ได้ช่วยลดการสูบบุหรี่หรือแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขได้ 

ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่ให้เยาวชนที่มีความเข้มงวดอยู่แล้ว แต่ปัญหาหลักคือ การแพร่ระบาดของบุหรี่เถื่อน ซึ่งยังคงเข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลาย โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีผลเฉพาะกับร้านค้าที่ถูกกฎหมายเท่านั้น 

สมาคมยาสูบฯ เบรก สธ. ศึกษา ‘Nicotine-Free Generation’ ชี้บล็อกปีเกิดแก้ปมไม่ตรงจุด

เมื่อผู้ที่ต้องการสูบบุหรี่ไม่สามารถซื้อจากร้านค้าที่ถูกต้องได้ ก็มีแนวโน้มหันไปพึ่งพาช่องทางผิดกฎหมายที่เข้าถึงง่ายกว่า ราคาถูกกว่า และไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้ออยู่แล้ว หากเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมาย ก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมตลาดผิดกฎหมายให้เติบโตมากขึ้น ทั้งที่ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ข้อมูลการสำรวจตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายพบว่า สัดส่วนบุหรี่เถื่อนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 6% ในปี 2560 เป็น 28% ในปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดผิดกฎหมายกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บุหรี่เถื่อนสามารถหาซื้อได้ง่ายทั้งในชุมชน และการขายผ่านออนไลน์ที่เติบโตเร็ว กลายเป็นตลาดมืดดิจิทัล ผู้ขายใช้กลยุทธ์ใหม่ เช่น แฮชแท็กและกลุ่มปิดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย

โวย สธ. ผลักภาระให้ร้านค้าปลีก ชี้มาตรการเช็ก "ปีเกิด" ยุ่งยาก

นอกจากนี้ ร้านค้าปลีกทั่วประเทศยังกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างภาระในการดำเนินธุรกิจอย่างมากปัจจุบันร้านค้าให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจสอบอายุผู้ซื้อเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำ 20 ปีอยู่แล้ว แต่หากมีการกำหนดสิทธิการซื้อจากปีเกิด ร้านค้าอาจต้องตรวจสอบบัตรประชาชนของลูกค้าทุกครั้ง แม้จะเป็นลูกค้าประจำหรือผู้สูงอายุก็ตาม ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้จริงเพราะมีความยุ่งยาก เสียเวลาและลูกค้าอาจไม่ให้ความร่วมมือ

สธ. ออกมาตรการแบบนี้เท่ากับเป็นการผลักภาระให้ร้านค้าเป็นผู้รับผิดชอบ คำถามคือจะให้ร้านค้าตรวจสอบอย่างไร ต้องขอดูบัตรประชาชนทุกครั้งหรือไม่ และอาจต้องคำนึงถึง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การเปิดเผยชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนอาจถูกละเมิดสิทธิโดยเจ้าของไม่อนุญาต และหากต้องตรวจสอบอย่างละเอียด จะต้องมีเครื่องอ่านบัตรประชาชนหรือเครื่องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ร้านค้ารายย่อยต้องลงทุนเพิ่มอีกหรือเปล่า

 

แนะตัดวงจรขายออนไลน์-ตรวจเข้มพัสดุ ก่อนคลอดกฎหมายใหม่กระทบร้านค้า

สมาคมการค้ายาสูบไทยจึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขชะลอการผลักดันนโยบายดังกล่าวออกไปก่อน และให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปราบปรามบุหรี่เถื่อนและการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งสังคม ร้านค้า และรายได้ของประเทศที่หายไปประมาณ3 หมื่นล้านบาทต่อปีจากการเติบโตของบุหรี่เถื่อน 

มาตรการเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อทั้งผู้สูบบุหรี่และร้านค้าบุหรี่ที่ถูกกฎหมายอย่างแน่นอน จึงควรต้องมีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านก่อน อย่าเพิ่งผลีผลามออกกฎหมายมา และในระหว่างที่กำลังรอรับฟังความคิดเห็นก็ควรจะหาทางแก้ไขปัญหาบุหรี่เถื่อนให้ได้อย่างเด็ดขาดด้วยการตัดวงจรการขายออนไลน์ทางโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มปิดกั้นการมองเห็นคอนเทนต์ รวมถึงตรวจสอบพัสดุที่มีการส่งบุหรี่ผิดกฎหมาย และขยายผลการปราบปรามไปยังเครือข่ายกลุ่มนายทุน ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง