
หอการค้าไทย ชี้สงกรานต์ 2569 คนไทยรัดเข็มขัด คาดเงินสะพัด 1.2 แสนล้านบาท
หอการค้าไทย ประเมินสงกรานต์ 2569 ภาพรวมการใช้จ่ายคนไทยกลุ่มตัวอย่าง 1,280 คนทั่วประเทศ ลดลงร้อยละ -3.7 คาดเงินสะพัดประมาณ 129,649 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ม.หอการค้าไทยคาดการณ์ว่าเงินสะพัดช่วงสงกรานต์ 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 1.29 แสนล้านบาท ลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้นของคนไทย
- ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจใช้จ่ายคือความกังวลเรื่องราคาพลังงานและน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องลดค่าใช้จ่ายและปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง
- พฤติกรรมการใช้จ่ายเน้นไปที่กิจกรรมในครอบครัวเป็นหลัก เช่น รับประทานอาหารนอกบ้าน ทำบุญ และเยี่ยมญาติ มากกว่าการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงหรือฟุ่มเฟือย
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,280 คนทั่วประเทศ พบว่า แม้เทศกาลสงกรานต์ยังคงเป็นช่วงเวลาสำคัญของการจับจ่ายและการเดินทางของคนไทย แต่ภาพรวมการใช้จ่ายในปีนี้มีลักษณะ “ระมัดระวังมากขึ้น” อย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 129,649 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -3.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้บริโภคยังคงใช้จ่าย แต่มีการปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจมากขึ้น โดย 43.1% ระบุว่าใช้จ่ายใกล้เคียงเดิม ขณะที่ 31.8% ใช้จ่ายลดลงเล็กน้อย และ 13.9% ลดลงมาก มีเพียง 11.2% ที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินต่อหัวมีแนวโน้มลดลง แม้จำนวนกิจกรรมยังคงมีอยู่
เมื่อพิจารณารูปแบบการใช้จ่าย จะเห็นได้ว่ากิจกรรมหลักของคนไทยยังคงผูกกับวิถีชีวิตและครอบครัว โดย 50.8% เลือกทานอาหารนอกบ้าน (เฉลี่ย 1,567 บาท) ขณะที่ 48.3% ทำบุญ/ไหว้พระ (เฉลี่ย 799.96 บาท) และ 46.0% ทำบุญทำทาน (เฉลี่ย 1,150.20 บาท)
ส่วนกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์มีสัดส่วน 41.8% (เฉลี่ย 875.64 บาท) และการรดน้ำดำหัวหรือเยี่ยมญาติอยู่ที่ 38.3% (เฉลี่ย 2,393.75 บาท) ซึ่งสะท้อนว่า การใช้จ่ายยังเน้นกิจกรรมพื้นฐานและความสัมพันธ์ในครอบครัวมากกว่าความบันเทิงหรือความฟุ่มเฟือย
ขณะที่ ด้านการท่องเที่ยว พบว่า คนไทยยังคงเดินทางในประเทศเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการวางแผนท่องเที่ยวประมาณ 67.0% และส่วนใหญ่เป็นการเดินทางค้างคืนถึง 92.6% โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 8,056 บาทต่อคน ขณะที่การท่องเที่ยวต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 37,083 บาท
สะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น สำหรับบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ พบว่า 51.8% มองว่าใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่ 33.1% มองว่าสนุกน้อยลง และมีเพียง 15.1% มองว่าสนุกมากขึ้น สะท้อนว่ากิจกรรมยังคงมีความคึกคักในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เร่งตัวตามการใช้จ่าย
ส่วนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย คือราคาพลังงาน โดย 95.1% ของประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลต่อราคาน้ำมันในระดับมากที่สุด และยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ 23.7% ต้องลดการใช้จ่าย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก
ผลกระทบดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน โดยมีแนวโน้มลดระยะทางการเดินทาง เลือกท่องเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น ลดจำนวนวันเดินทาง และนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถึง 70.4% เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการดูแลราคาพลังงานเพื่อลดภาระต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ ควบคู่กับการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงและเมืองรองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน
นอกจากนี้ การดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้ออย่างตรงจุด จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นและทำให้การใช้จ่ายของประชาชนกลับมาฟื้นตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ
ที่มา: หอการค้าไทย







