thansettakij
thansettakij
นายกฯ เรียกประชุมด่วน สมช.-เอกชน-หอการค้า รับมือสู้รบตะวันออกกลาง 2 มี.ค. นี้

นายกฯ เรียกประชุมด่วน สมช.-เอกชน-หอการค้า รับมือสู้รบตะวันออกกลาง 2 มี.ค. นี้

01 มี.ค. 2569 | 04:47 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มี.ค. 2569 | 04:57 น.

ประชุมด่วน! นายกฯ เรียกสมช.-เอกชน-หอการค้า-แบงก์ ถกสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมสั่งรับมือเต็มรูปแบบ มอบหมาย “เอกนิติ” ดูแลผลกระทบเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมกับภาคเอกชนและหอการค้าในวันที่ 2 มีนาคม เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
  • รัฐบาลได้สั่งการเตรียมความพร้อมในการอพยพคนไทยในพื้นที่ขัดแย้ง โดยให้ความสำคัญกับประเทศอิหร่านเป็นลำดับแรก และอาจพิจารณาเช่าเครื่องบินเหมาลำเพื่อความรวดเร็ว
  • มีการเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น ค่าครองชีพและราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด
  • สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ ได้เปิดสายด่วนและศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือคนไทยประมาณ 70,000 คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ณ ท่ากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 ) ถึงสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางว่า ได้รับการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านความมั่นคง ด้านการต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืน และได้สั่งการเตรียมการช่วยเหลืออพยพคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ และได้ประสานกับกองทัพอากาศ หารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ การเตรียมความพร้อมอากาศยาน ที่จะไปรับคนไทย

ลําดับแรกคือคนไทยที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายที่สุด เปิดไล่เรียงไปยังประเทศอื่นๆ ที่มีเหตุสู้รบว่าจะหาช่องทางให้เขากลับมาได้อย่างไร ซึ่งเรื่องอากาศยานไม่น่ามีปัญหา เพราะหากใช้เครื่องบินทหาร อาจต้องแวะเติมน้ำมันหลายที่ ก็จะพิจารณาการเช่าเหมาลํา เพื่อให้ดําเนินการได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งยังต้องตรวจสอบเรื่องการปิดน่านฟ้า ว่าจะต้องอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สามแล้วจะรับตัวเขากลับมาอย่างไร

“ทางเราพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ที่สําคัญคือปลายทาง โดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม จะใช้โค้ดการบินของรัฐบาล เพื่อจัดเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องแวะเติมน้ำมัน บินรวดเดียวเลยเพื่อ ไปรับได้หรือไม่ ขอยืนยันรัฐบาลไทยจะทําทุกวิถีทาง ที่จะทําให้คนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากเขาประสงค์จะกลับมา เราต้องเตรียมพร้อมที่จะไปรับ”

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว คลัง เตรียมรับสถานการณ์ ถึงอย่างไรเรื่องเศรษฐกิจต้องได้รับผลกระทบแน่นอน ไม่ว่าจะค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ต้นทุนพลังงาน เราต้องหาวิธีทําให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด

“จะมีการประชุมสมช.ในวันที่ 2 มีนาคมเวลา 10.00 น.และต่อด้วยการประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร หอการค้า และฝ่ายที่จะต้องดูแลเรื่องการส่งออกนําเข้า มาตรการการพยุงราคา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย”

เมื่อถามถึง การประเมินว่าสถานการณ์จะลุกลามหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือ อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง หากมีผลกระทบอย่างไรก็ขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดม จึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในพื้นที่ที่มีการปะทะมีรายงานว่ามีคนไทยประมาณ 7 หมื่นคน แต่รายละเอียดคงต้องไปสอบถามแต่ละกระทรวง ซึ่งแต่ละประเทศคงมีมาตรการ ด้วยความปลอดภัยกับประชาชนของเขารวมถึงคนต่างชาติในประเทศนั้นด้วย จึงขอให้ติดตามคำแนะนําและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตของประเทศไทยในประเทศต่างๆ ได้เปิดสายด่วนและศูนย์ปฏิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือตลอดเวลา