thansettakij
ศธ.สั่งเข้มสถานศึกษาเฝ้าระวัง“ไวรัสนิปาห์”จ่อออกแนวทางป้องกัน

ศธ.สั่งเข้มสถานศึกษาเฝ้าระวัง“ไวรัสนิปาห์”จ่อออกแนวทางป้องกัน

28 ม.ค. 2569 | 06:48 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 07:11 น.

ศธ.รับจับตาใกล้ชิดการระบาด “ไวรัสนิปาห์” หลังพบผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตในอินเดีย ย้ำไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่ห้ามประมาท จ่อกำหนดแนวปฏิบัติโรงเรียน-มหาวิทยาลัย ป้องกันนักเรียน ครู บุคลากร

KEY

POINTS

  • กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งการให้สถานศึกษาทั่วประเทศเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์อย่างเข้มงวดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
  • ศธ.เตรียมออกแนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในสถานศึกษา เพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา
  • การเฝ้าระวังนี้เป็นผลมาจากการระบาดในประเทศอินเดีย แม้ไทยจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่ออันตรายที่ยังไม่มียารักษา หรือ วัคซีนป้องกัน
  • แนะนำข้อปฏิบัติเบื้องต้น เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์พาหะ (ค้างคาว, สุกร) ล้างผลไม้ให้สะอาด และรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวัง ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) ในสถานศึกษา ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกกระทรวงติดตามสถานการณ์อย่างรอบด้าน ว่า ที่ประชุม ครม.ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยมีอธิบดีกรมควบคุมโรคเข้าร่วมให้ข้อมูลและรายงานสถานการณ์อย่างละเอียด

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า จากการระบาดของไวรัสนิปาห์ในพื้นที่รัฐเบงกอลตะวันตกของประเทศอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมที่ ผ่านมา ซึ่งพบผู้ติดเชื้อและมีผู้เสียชีวิต ทำให้รัฐบาลไทยต้องยกระดับการเฝ้าระวัง แม้ปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย และไม่เคยมีรายงานการระบาดมาก่อน แต่ไม่อาจประมาทได้ เนื่องจากไวรัสนิปาห์เป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงเตรียมมาตรการรองรับอย่างจริงจัง เนื่องจากไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะสำคัญ เช่น ค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะและวัคซีนป้องกัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการเตรียมออกแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดในหน่วยงานและสถานศึกษา โดยยึดตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียน นักศึกษา ครู ข้าราชการ และ บุคลากรทางการศึกษา พร้อมแนะนำให้ทุกคนดูแลและป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด

โดยข้อแนะนำเบื้องต้น ได้แก่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย เนื้อสัตว์ หรือ ซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และ แกะ รวมถึงการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ และหากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ไวรัสนิปาห์สามารถแพร่ได้หลายทาง ทั้งการติดต่อจากสัตว์สู่คน การติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเลือด รวมถึงการบริโภคน้ำผลไม้ หรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาว โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 4–14 วัน และอาจยาวนานถึง 45 วัน ซึ่งอาการมีตั้งแต่ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ไปจนถึงอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอและเหนื่อยหอบ