KEY
POINTS
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า โรคนิปาห์ (Nipah virus) ไม่ใช่โรคใหม่รู้จักกันมานาน ระบาดครั้งแรกในปี 2541 ที่ประเทศมาเลเซีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน
การระบาดในครั้งนั้นได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างรวดเร็ว ทำให้ทราบว่า เริ่มเหตุเกิดจากภาวะเอลนิญโญมีภาวะแห้งแล้ง และมีการเผาป่ากันมากในสุมาตรา อินโดนีเซีย ควันไฟมีอิทธิพลทำให้ค้างคาวบินหนีขึ้นทางทิศเหนือ มาอยู่ในมาเลเซีย (เป็นข้อสันนิษฐาน) ค้างคาวกินผลไม้ และผลไม้นั้นหล่นลงมาในคอกหมู หมูกินผลไม้นั้นต่อ เลยเกิด การระบาดในหมู และจากหมูจึงมาสู่คน
เหตุเกิดครั้งแรกที่ริมแม่น้ำ สุไหง นิปาห์ 'สุไหง' แปลว่าแม่น้ำ คือแม่น้ำนิปาห์ นั่นเอง จึงได้ตั้งชื่อไวรัสนี้และโรคนี้ตามชื่อแม่น้ำ นิปาห์ ในการระบาดครั้งนั้นมีการฆ่าทำลายหมูมากกว่า 1 ล้านตัว และมีผู้ป่วย เป็นหลักร้อย กว่าจะรู้ว่ามาจากหมูเพราะผู้ป่วยเกือบทุกคนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหมู เช่นคนฆ่าหมู เลี้ยงหมู ขับรถส่งหมู เป็นต้น
โดยโรคได้ระบาดลงทางทิศใต้ของมาเลเซีย เข้าสู่สิงคโปร์ ไม่ได้ระบาดขึ้นเหนือ เพราะมีมุสลิมอยู่ทางภาคเหนือมากกว่าทางภาคใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นแนวแบ่งเขต ทำให้โรคไม่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย เพียงเข้าสู่สิงคโปร์เท่านั้น
หลังจากทำลายหมู มากกว่า 1 ล้านตัวก็สามารถควบคุมโรคนี้ได้ และเป็นที่ทราบดีว่าไวรัสนี้อยู่ในค้างคาว และค้างคาวเป็นสัตว์ที่บินไปมาได้ไกล
หลังจากนั้นก็มีโรคระบาดประปราย โดยเฉพาะในเอเชียใต้ และบางประเทศ มาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่จะพบเป็นรายๆ และโรคนี้ถือว่า เป็นโรคที่มีอัตราตายสูง
สำหรับโรคนิปาห์ ที่ระบาดอยู่ในอินเดียนั้น อย่างที่ทราบกันดี ว่าก่อนหน้านี้ก็มีการระบาดประปราย แต่ไม่เป็นกลุ่มก้อน เท่าครั้งนี้ การระบาดมักจะมาจากค้างคาวเข้าสู่มนุษย์ โรคนี้สามารถที่จะติดต่อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ได้ ทางการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง แต่พบได้ค่อนข้างน้อย จึงไม่ระบาดเป็นวงกว้าง และถือว่าเป็น โรคโรคหนึ่งที่ระบาดจากสัตว์สู่คน
โรคนี้จะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หายใจหอบได้ มีระยะฟักตัวสั้นประมาณ 4-5 วัน และโรคจะรุนแรงทรุดลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีวิธีรักษาโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการประคับประคอง จึงทำให้โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง ถึงร้อยละ 40-50%
แม้ประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในคน แต่ประเทศมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายประการที่เอื้อต่อการเกิดการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน ไวรัสนิปาห์พบในค้างคาวผลไม้สกุล Pteropus เป็นรังโรคตามธรรมชาติ ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน วัด และสวนผลไม้ เพิ่มโอกาสการปนเปื้อนของเชื้อผ่านน้ำลายหรือปัสสาวะค้างคาวสู่สิ่งแวดล้อมและอาหาร
ประเทศไทยมีลักษณะการเกษตรและพฤติกรรมการบริโภคบางประการที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด spillover เช่น สวนผลไม้ที่อยู่ใกล้ชุมชน การบริโภคผลไม้สดหรือเครื่องดื่มคั้นสด รวมถึงการบริโภคอาหารดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ในบางพื้นที่
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรขนาดใหญ่ ซึ่งหากเกิดการติดเชื้อในสัตว์ อาจทำหน้าที่เป็นตัวขยายเชื้อ (amplifying host) คล้ายกับการระบาดที่ประเทศมาเลเซียในอดีต
ในด้านระบบสาธารณสุข ผู้ป่วยนิปาห์มักมีอาการสมองอักเสบหรือปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งอาจถูกวินิจฉัยผิดเป็นโรคติดเชื้ออื่นในระยะเริ่มต้น และหากเป็นสายพันธุ์ที่สามารถติดต่อจากคนสู่คน อาจเกิดการแพร่เชื้อในครอบครัวหรือสถานพยาบาลได้
ดังนั้น ถึงแม้ความเสี่ยงในการเกิดโรคในปัจจุบันถึงจะอยู่ในระดับต่ำ แต่หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบต่อสาธารณสุขและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ประเทศไทยจึงควรมีการเฝ้าระวังเชิงรุกและเตรียมความพร้อมตามแนวคิดของสุขภาพหนึ่งเดียว ที่ดูแล ทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง
การป้องกันที่ดีที่สุด จึงเป็นการป้องกันจากสัตว์สู่คน เช่นการไม่ไปสัมผัสกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะจำพวกค้างคาว หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยฟันสัตว์แทะหรือร่วงหล่นตามพื้น ล้างผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนการบริโภค
การปลอกเปลือกผลไม้โดยเฉพาะในฤดูมะม่วง จะเป็นการป้องกันที่ดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย โดยเฉพาะหมู ค้างคาว ควรมีการป้องกันอย่างเต็มที่ และดูแลเรื่องอนามัยส่วนบุคคล เรื่องของความสะอาด
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตื่นตระหนกโรคนี้ยังไม่เคยพบในคน ประเทศไทย แต่ค้างคาวมีเชื้อโรคนี้จะไม่มีอาการ การติดต่อระหว่างคนสู่คนเกิดขึ้นได้ แต่น้อยกว่าโรคอื่นๆมาก นอกจากสัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย และยังจัดโรคนี้อยู่ เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง