thansettakij
ททท.เผยไวรัสนิปาห์ ยังไม่กระทบท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยพุ่ง 20%

ททท.เผยไวรัสนิปาห์ ยังไม่กระทบท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยพุ่ง 20%

27 ม.ค. 2569 | 19:26 น.

ททท. เกาะติดสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ยันยังไม่กระทบท่องเที่ยวไทย ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่อาจจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยากับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความกังวลและตื่นตระหนกจากข่าวสารที่เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยพุ่งสวนกระแสกว่า 20%

วันนี้ (วันที่ 28 มกราคม 2569) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า ททท.ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสนิปาห์ (NIPAH) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ซึ่งมีการประกาศล็อคดาวน์พื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดพบว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่อาจจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยากับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความกังวลและตื่นตระหนกจากข่าวสารที่เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง

 

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ : ยังไม่ส่งผลกระทบชัดเจน

ทั้งนี้จากสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ  พบว่าในภาพรวมยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย แม้อาจจะมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่วิตกกังวลบ้างก็ตาม

จากข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรายวัน โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ระบบ TATIC) ณ วันที่ 26 มกราคม 2569 ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1-25 มกราคม 2569 มีจำนวน 2.62 ล้านคน หดตัวเฉลี่ย 10 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
 

อย่างไรก็ตาม การหดตัวดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากไวรัสนิปาห์ แต่เป็นผลต่อเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และวิกฤตน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วงปลายปี 2568 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อตลาดมาเลเซียที่เดินทางผ่านด่านทางบกเป็นหลัก  กอปรกับพื้นที่ท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่บางส่วนยังฟื้นตัวกลับมาได้ไม่เต็มที่

สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดอินเดียเข้าไทย : ยังไม่ได้รับผลกระทบ

ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียยังแกร่ง ยอดนักท่องเที่ยวพุ่งสวนกระแส เป็นที่น่าสนใจว่า นักท่องเที่ยวจากอินเดีย เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 1-25 มกราคม 2569 มีจำนวนสะสมกว่า 1.89 แสนคน เพิ่มขึ้น 20 % เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่มีรายงานข่าวการระบาด (20-26 มกราคม 2569) จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียยังคงขยายตัวเฉลี่ยถึง 35 % เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568

ทั้งนี้ เส้นทางการบินจากอินเดีย ยังคงมีทิศทางเป็นบวก โดยเฉพาะท่าอากาศยานหลักที่มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • ท่าอากาศยานภูเก็ต เพิ่มขึ้น 51%
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิ่มขึ้น 33%
  • ท่าอากาศยานดอนเมือง เพิ่มขึ้น 15%

ทั้งนี้ แนวโน้มทั้งเดือนมกราคม 2569 คาดว่า จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 2.0 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 8 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดอื่น ๆ : ต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

แม้ในภาพรวมจะยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน แต่การนำเสนอข่าว/ประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ในสื่อหลักและโซเชียลมีเดียของต่างประเทศ อาจจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดที่มีค่อนข้างอ่อนไหวสูงและวิตกกังวลต่อความปลอดภัย อาทิ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อาจชะลอการเดินทางเพื่อรอดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ประเทศต้นทางอย่างทันท่วงที รวมทั้งการวางแนวทางคัดกรองนักท่องเที่ยวอินเดียจากพื้นที่ดังกล่าวมายังประเทศไทย โดยเฉพาะท่าอากาศยานหลัก (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ต) อาจช่วยลดทอนความรุนแรงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว

ผลกระทบเชิงจิตวิทยาและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย : อยู่ในระดับที่ควบคุมได้

จากการติดตามรายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศโดย ททท. สำนักงาน พื้นที่อินเดีย (นิวเดลีและมุมไบ) และ Social Listening จากกองประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ ททท. (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2569) สรุปดังนี้

  • สถานการณ์การระบาดอยู่ในวงจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์ ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ และในพื้นที่เมืองโกลกาตา ไม่มีการสวมหนากากอนามัยในที่สาธารณะ และการเดินทางท่องเที่ยวยังดำเนินไปตามปกติ
  • ยังไม่มีการประกาศเตือนห้ามเดินทาง การยกเลิกการเดินทาง หรือการลดเที่ยวบินจากเหตุดังกล่าวที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางระหว่างประเทศ มีเพียงความกังวลจากข่าวและโซเชียลที่เผยแพร่ในวงกว้างเท่านั้น
  • เนื้อหาการนำเสนอข่าว/ Social Listening ส่วนใหญ่เป็นการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและยังไม่ส่งผลกระทบภาพรวม sentiment การเดินทางมายังประเทศไทย