KEY
POINTS
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ระบาดของโรคนิปาห์ไวรัส (Nipah Virus) โดยได้มีการประชุมผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ เพื่อติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดีย
กรมการแพทย์เห็นถึงความสำคัญในการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้สถานพยาบาลในสังกัด ได้แก่
1.โรงพยาบาลราชวิถี
2.โรงพยาบาลเลิดสิน
3.โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
โดยเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยที่สงสัยหรือผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อ โดยได้มีการเตรียมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ห้องแยกโรค ยาและเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้มีความพร้อม รวมทั้งเตรียมความพร้อม โรงพยาบาลและสถาบันเฉพาะทางด้านต่างๆ หากผู้ป่วยมีอาการผลแทรกซ้อนที่ยุ่งยากซับซ้อน
อาทิ สถาบันประสาทวิทยา สถาบันโรคทรวงอก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เป็นต้น โดยทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัยที่สุด
นอกจากนั้น ทางกรมการแพทย์ ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญภายในกรมการแพทย์และจากภาคส่วนต่าง ๆ จัดทำแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่สงสัยหรือผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อนิปาห์ เพื่อให้บุคลากรในสถานพยาบาลทั่วประเทศใช้เป็นแนวทางการในการรับมือกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ และเตรียมการจัดอบรมถ่ายทอดความรู้กับบุคคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคนิปาห์และการดูแลผู้ป่วยจากเนื้อหาในคู่มือดังกล่าวอีกด้วย
ขณะที่กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus Disease) ระบุว่าโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังคงถูกกำหนดให้เป็น 1 ใน 13 โรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งปัจจุบันสถานะในประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยยังไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยโรคนี้ในประเทศไทยมาก่อน
สถานการณ์ที่น่ากังวลในขณะนี้เกิดขึ้นที่ต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศบังกลาเทศและเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย แม้พื้นที่ดังกล่าวจะอยู่ห่างไกลจากไทยแต่ต้องเฝ้าระวังเพราะมีการเดินทางเข้ามาผ่านเที่ยวบินตรงซึ่งมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้เริ่มคัดกรองผู้เดินทางแบบจำกัดเฉพาะเที่ยวบินที่บินตรงมาจากพื้นที่ระบาดตั้งแต่วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา หากพบผู้เดินทางที่มีอาการเข้าข่ายสงสัย เช่น มีไข้ หรืออาการทางเดินหายใจ และมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดภายใน 21 วัน จะมีการสอบสวนโรคและเก็บตัวอย่างส่งตรวจทันที
ที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจแล้วแต่ผลยังไม่พบเชื้อไวรัสนิปาห์ นอกจากนี้ ผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงจะต้องกรอกเอกสารตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ และหากมีอาการป่วยภายใน 21 วันที่อยู่ในไทย จะต้องติดต่อสายด่วน 1422 ทันที
สำหรับประเทศไทยแม้อยู่ไกลแต่มีเที่ยวบินเดินทางบินตรง จึงมีความจำเป็นต้องยกระดับความปลอดภัยของผู้เดินทางเข้ามา หลังจากนี้ภายใน 1 สัปดาห์จะมีการประเมินความเสี่ยงอีกครั้ง
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีการตรวจพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวเช่นกันแต่ระดับความหนาแน่นของเชื้อในค้างคาวน้อยกว่าในประเทศที่มีการระบาดเป็นระยะ ๆ ซึ่งประเทศไทยมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่พบปัญหาใด ๆ โดยใช้หน่วยงานที่ดูแลสุขภาพสัตว์ในการดูแล เช่น ไม่เลี้ยงสุกรในพื้นที่ที่มีการพบเชื้อนี้ในค้างคาวและมีระบบความปลอดภัยในการเลี้ยง เป็นต้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า จะไม่มีการถ่ายทอดเชื้อจากค้างคาวมาสู่สุกรหรือมายังคน