svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

โอมิครอนวันนี้ หมอเฉลิมขัยชี้เล่นงานผู้ไม่ฉีดวัคซีนมากกว่าฉีดถึง 14 เท่า

17 มกราคม 2565

โอมิครอนวันนี้ หมอเฉลิมขัยชี้เล่นงานผู้ไม่ฉีดวัคซีนมากกว่าฉีดถึง 14 เท่า แนะอย่ารีบด่วนสรุปว่าโอมิครอนไม่น่ากลัว และปล่อยให้ติดเชื้อตามธรรมชาติ

น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า

 

 

โอมิครอน (Omicron) ยังมีฤทธิ์เดช และเล่นงานคนไม่ฉีดวัคซีนมากกว่าคนที่ฉีดวัคซีนมากถึง 14 เท่าตัว

 

 

โอมิครอนเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด จัดอยู่ในกลุ่มน่าเป็นกังวล(VOC) ซึ่งมีอายุเพียง 2 เดือน

 

 

จึงทำให้ข้อมูลต่างๆ ทยอยออกมาให้มนุษย์ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเป็นลำดับ
กล่าวเฉพาะประเด็นความสามารถในการแพร่ระบาด และการดื้อต่อวัคซีน ข้อมูลออกมาค่อนข้างชัดเจนและเห็นตรงกันว่า

 

 

มีความสามารถในการแพร่ระบาดรวดเร็วกว้างขวางมาก และมีการดื้อต่อวัคซีนของทุกบริษัทและทุกเทคโนโลยี
 

ยังคงเหลือประเด็นเรื่องความสามารถในการก่ออาการที่รุนแรง จนต้องนอนโรงพยาบาล เข้าไอซียู หรือเสียชีวิต และภาระต่อระบบสาธารณสุข

 

 

ซึ่งมีทิศทางหลักประมาณว่า รุนแรงน้อยกว่า และเป็นภาระต่อสาธารณสุขน้อยกว่าเดลตา

 

 

ทำให้หลายคนรีบด่วนสรุปไปแล้วว่าโอมิครอนไม่น่ากลัว จนถึงขั้นกล่าวว่าเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา

 

 

โอมิครอนเล่นงานผู้ไม่ฉีดวัคซีนมากกว่าผู้ฉีดถึง 14 เท่า

 

 

หลายคนถึงกับบอกว่าจะไม่ฉีดวัคซีนแล้ว ขอปล่อยให้ติดเชื้อตามธรรมชาติ และบางส่วนก็ไปไกลถึงขั้นว่า จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นภายในปีนี้

 

 

แต่สิ่งที่เราจะต้องไม่ลืมคือ ไวรัสนี้ใหม่มาก เพิ่งปรากฏเพียง 2 เดือน

 

 

การสรุปทิศทางต่างๆ จึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง และค่อยเรียนรู้ รับทราบจากข้อมูลจริงไปเรื่อยๆ

 

 

ถ้าลองสมมติสูตรเลขคณิตพื้นฐาน ว่า แม้โอมิครอนจะก่อให้เกิดความรุนแรงในการนอนโรงพยาบาลน้อยลง 4 เท่า และทำให้เสียชีวิตน้อยลง

จะสรุปทันทีว่าโอมิครอนไม่น่ากลัวได้หรือไม่ ?

 

 

ด้วยความสามารถในการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีนหรือไม่มีวินัยในการป้องกันตัว

 

 

ถ้าโอมิครอนทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 10 เท่า ผลคือ จะมีผู้ที่ต้องนอนโรงพยาบาลและผู้ที่เสียชีวิตมากกว่าเดลตา 2.5 เท่า ( 10/4 = 2.5 ) ดังนี้

 

 

สมมติติดเชื้อจากเดลตา 1 ล้านคน

 

 

  • นอนรพ. 20% คือ 2 แสนคน
  • เสียชีวิต 2% คือ 2 หมื่นคน
  • แต่ติดเชื้อจากโอมิครอน
  • นอนรพ.เพียง 5% 
  • และเสียชีวิตเพียง 0.5% 
  • คือน้อยกว่าเดลต้า 4 เท่าตัว

 

 

แต่ถ้ามีคนติดเชื้อโอมิครอนมากถึง 10 เท่า
คือ 10 ล้านคน

 

 

  • จะมีผู้นอนรพ.มากถึง 5 แสนคน
  • และเสียชีวิตถึง 5 หมื่นคน

 

 

อีกประเด็นหนึ่งที่ชัดเจนสำหรับโอมิครอนก็คือ จะเล่นงานหรือก่อโรคในผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน มากกว่าคนที่ฉีดวัคซีน

 

 

โอมิครอนเล่นงานผู้ไม่ฉีดวัคซีนมากกว่าผู้ฉีดถึง 14 เท่า

 

 

โดยมีตัวเลขจากนิวยอร์กซิตี้ว่า ในช่วงที่เดลตาระบาด ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อ จะนอนโรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน 10 เท่า

 

 

แต่พอเป็นช่วงโอมิครอนระบาด ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนจะต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็นถึง 14 เท่า

 

 

ส่วนตัวเลขอีกช่วงเวลาหนึ่ง ก็พบทำนองเดียวกันว่า ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน 8.3 เท่า และมีการติดเชื้อ มากกว่า 4 เท่า

 

 

โดยมีรายงานจากอีกแหล่งข่าวในทำนองใกล้เคียงกันว่า ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนเทียบกับผู้ฉีดวัคซีน

 

 

  • ต้องนอนรพ.มากกว่า 6 เท่า
  • เข้าไอซียูมากกว่า 7.8 เท่า
  • และเสียชีวิตมากกว่า 3 เท่า

 

 

โดยข้อมูลดังกล่าว แม้เป็นเพียงเมืองเดียวในสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยระบบการเก็บข้อมูลที่ดีมากและครบถ้วนสมบูรณ์ในระดับสากล

 

 

จึงทำให้บอกแนวโน้มได้ชัดเจนว่า เรายังไม่อาจฟันธงสรุปโอมิครอนในเรื่องความรุนแรงได้

 

 

กล่าวคือโอมิครอนยังคงมีฤทธิ์เดชที่เราจะต้องระมัดระวัง และโอมิครอนจะเล่นงานคนที่ไม่ฉีดวัคซีนมากกว่าคนที่ฉีดวัคซีนอย่างชัดเจน