thansettakij
thansettakij
จับจังหวะลงทุน"ชิปหน่วยความจำ”โตก้าวกระโดด รับเทรนด์ AI ขาขึ้น

จับจังหวะลงทุน"ชิปหน่วยความจำ”โตก้าวกระโดด รับเทรนด์ AI ขาขึ้น

08 เม.ย. 69 | 09:36 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 09:51 น.

เกาะเทรนด์ AI ระยะยาว ด้วยขุมพลัง ‘Memory Chip’ ดันดีมานด์ “ชิปหน่วยความจำ” พุ่ง จับจังหวะลงทุนรับโอกาสโตก้าวกระโดด

KEY

POINTS

  • กระแส AI ที่เติบโตทั่วโลกผลักดันให้ความต้องการ "ชิปหน่วยความจำ" (Memory Chip) เพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
  • อุตสาหกรรมถูกควบคุมโดยผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่ราย ทำให้มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง โดยเฉพาะชิป HBM (High Bandwidth Memory) ที่มีความต้องการสูงสำหรับงานประมวลผล AI
  • บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) เสนอกองทุน M-MEM เป็นทางเลือกในการลงทุนเพื่อเกาะกระแสการเติบโตของ AI ผ่านหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำระดับโลก

เมื่อกระแส AI กำลังเร่งตัวทั่วโลก "ชิปหน่วยความจำ” หรือ  "Memory Chip" กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกจับตามอง จากดีมานด์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลมหาศาล   เป็นส่วนสำคัญ หนุนอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเข้าสู่รอบขาขึ้น (Super cycle)  ส่งผลให้แนวโน้มมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด

Memory Chip เป็นหัวใจของโลกดิจิทัล ใช้จัดเก็บข้อมูล (Storage) ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น มือถือ,คอมพิวเตอร์, Data Center, AI ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคปัจจุบัน และในอนาคต ทำให้ความต้องการในตลาดเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ในกลุ่ม Cloud Hyperscalers อย่าง Google, Microsoft, Amazon หรือ Meta ยังคงเพิ่ม   เม็ดเงินการลงทุน (Capital Expenditure) อย่างต่อเนื่อง เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าตลาดด้าน AI โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์งบลงทุนในปี 2026 จะเติบโตอีก 12% โดยที่ยังไม่มีสัญญาณการชะลอตัว หนุนความต้องการ  Memory Chip เติบโตต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ  มองโอกาสในการลงทุนตามเทรนด์ AI ระยะยาว ด้วยขุมพลัง ‘Memory Chip’ ในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ 

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย  (MFC Memory Chip Equity Fund Not for Retail Investors) หรือ "M-MEM" เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงธีมการเติบโตของ AI Infrastructure ผ่านหุ้นกลุ่ม Memory Chip ชั้นนำระดับโลก  มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศทั่วโลก ที่ดําเนินธุรกิจหรือมีรายได้จากการดําเนินธุรกิจจากเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจํา (Semiconductor &Memory Technology) และ/หรืออื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการ “เกาะเทรนด์ AI” ผ่านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลในอนาคต

จับจังหวะลงทุน"ชิปหน่วยความจำ”โตก้าวกระโดด รับเทรนด์ AI ขาขึ้น

จุดเด่นกองทุน

•             เกาะเทรนด์ AI ระยะยาว ผ่าน Memory Chip ที่กําลังเข้าสู่ Super Cycle ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงชิปสำหรับเก็บข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลยุคใหม่

•             กองทุนคัดเลือกหุ้นผู้นำอุตสาหกรรม Memory Chip ระดับโลก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสาคัญของ AI Ecosystem รวมถึง Supply Chain ที่เกี่ยวข้องรับประโยชน์จากการเติบโตของ AI, Data Center, Cloud และ Big Data

•             อุปทานถูกควบคุมโดยผู้เล่นไม่กี่ราย ส่งผลให้บริษัทมีอำนาจในการกำหนดราคาสูง (Pricing Power) 

ปัจจุบันอุตสาหกรรม Memory Chip ถูกครอบครองโดยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เช่น Samsung, SK Hynix และ Micron ทำให้เกิดโครงสร้างตลาดแบบกระจุกตัว

ผู้ผลิตเลือก “คุมกำลังการผลิต” มากกว่าการแข่งขันด้านราคา ส่งผลให้เกิดภาวะ Supply ตึงตัว และทำให้ผู้ผลิตมีอำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) สูงขึ้น สัญญาณดังกล่าวสะท้อนผ่านการปรับขึ้นราคาของ NAND ที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในบางช่วง และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปถึงปี 2027

หน่วยความจำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรอบนี้ คือ HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานประมวลผล AI  โดยจุดเด่นของ HBM คือสามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วมาก ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลขั้นสูงได้ดี และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ AI อย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงทำให้ HBM กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดย Bank of America คาดการณ์ว่าตลาด HBM ในปี 2026 จะมีมูลค่าราว 54.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อนหน้า

กระบวนการลงทุนของกองทุน

•             ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหุ้นที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรม Memory Chip รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI , Data Center, Cloud และ Big Data โดยเน้นบริษัทขนาดใหญ่ มาร์เก็ตแคปสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีสภาพคล่องดี

•             เน้นบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเทคโนโลยี AI และ High Bandwidth Memory (HBM) Supercycle  โดยจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่เหมาะสม และกำหนดสัดส่วนลงทุนในหุ้นรายตัวไม่เกิน 15%

•             ผู้จัดการกองทุนจะปรับพอร์ตการลงทุน (Rebalance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งและติดตามผลประกอบการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

•             ลงุทนหุ้นเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย 7 บริษัท อาทิ  Intel, Kioxia Holdings, Micron Technology, Samsung Electronics, SanDisk, SK hynix และ Western Digital เป็นต้น  นอกจากนี้กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเต็มจำนวน

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการลงทุนต้องรับความผันผวนที่สูง และเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ในระดับสูงเท่านั้น เนื่องจากกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology) จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก (ระดับความเสี่ยงกองทุน 7) เสนอขายเฉพาะผู้มีเงินลงทุนสูง  ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500,000 บาทและครั้งถัดไป 1,000 บาท สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ

อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรม Memory Chip จะอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น ความผันผวนของราคาชิป, ความไม่สมดุล Demand-Supply และการชะลอตัวของการลงทุนด้าน AI  ที่อาจจะส่งผลต่อความเสี่ยง และผลตอบแทนจากการลงทุน