thansettakij
thansettakij
AI แรงบีบสมาร์ทโฟน ผู้ผลิตจ่อหั่นสเปกกล้อง-จอ แลกต้นทุน'แรม'แพงทุบสถิติ

AI แรงบีบสมาร์ทโฟน ผู้ผลิตจ่อหั่นสเปกกล้อง-จอ แลกต้นทุน'แรม'แพงทุบสถิติ

09 มี.ค. 2569 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 2569 | 06:40 น.

สมาร์ทโฟนปี 2569 เผชิญแรงบีบระลอกใหญ่ หลังเทรนด์ AI บังคับเพิ่มแรมพุ่งสถิติ 8.4GB ดันต้นทุนชิปพุ่งกระฉูด บีบผู้ผลิตงัดกลยุทธ์หั่นสเปกกล้อง-หน้าจอ แลกเครื่องฉลาดขึ้น พร้อมขยับราคา

KEY

POINTS

  • เทรนด์ AI บนสมาร์ทโฟน (On-device AI) บีบให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มหน่วยความจำ (RAM) มากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนชิป RAM พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
  • เพื่อควบคุมราคาขายไม่ให้สูงเกินไป ผู้ผลิตจึงเลือกกลยุทธ์ลดสเปกของส่วนประกอบอื่นลงเพื่อนำงบประมาณไปเพิ่ม RAM แทน
  • ส่วนประกอบที่ถูกลดคุณภาพลงเพื่อแลกกับ RAM ที่สูงขึ้นคือกล้องถ่ายภาพและหน้าจอแสดงผล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องยอมรับ

ตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2569 กำลังเผชิญกับแรงบีบครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่บังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องเร่งเพิ่มคุณสมบัติการทำงานให้รองรับการประมวลผลบนตัวเครื่อง (On-device AI) ซึ่งปัจจัยหลักคือการเพิ่มหน่วยความจำชั่วคราวหรือ แรม (RAM) ให้สูงและเร็วพอ

ข้อมูลจาก Counterpoint Research พบว่าในปีที่ผ่านมาค่าเฉลี่ยแรมในสมาร์ทโฟนทั่วโลกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 8.4GB เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 7.4GB โดยมีหัวหอกอย่าง แอปเปิล ที่อัปเกรด iPhone 17 Pro ให้มีแรมถึง 12GB และแบรนด์จีนอย่าง หัวเว่ย ที่ใส่แรมมาให้สูงถึง 12GB–16GB จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่บีบให้ทุกค่ายต้องวิ่งตามสงครามสเปกนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังแรมที่เยอะขึ้นกลับต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของผู้บริโภค เพราะเมื่อราคาชิปแรมในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นตามความต้องการชิป AI ของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพื่อไม่ให้ราคาเครื่องแพงจนเกินไป

AI แรงบีบสมาร์ทโฟน ผู้ผลิตจ่อหั่นสเปกกล้อง-จอ แลกต้นทุน'แรม'แพงทุบสถิติ หลายค่ายจึงเลือกใช้กลยุทธ์ "หั่นสเปกส่วนอื่น" เพื่อนำงบประมาณไปจ่ายค่าแรมแทน เราจึงเริ่มเห็นเทรนด์สมาร์ทโฟนที่แรมเยอะและฉลาดขึ้น แต่กลับถูกลดคุณภาพหน้าจอให้มีความละเอียดน้อยลง หรือใช้ชุดเลนส์กล้องที่สเปกต่ำลงกว่ารุ่นเดิม ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงที่ผู้บริโภคต้องยอมรับหากต้องการเครื่องที่รองรับเทคโนโลยี AI แห่งอนาคต

 

สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้อุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อรักษาผลกำไร โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่าง ซัมซุง ที่เริ่มปรับกลยุทธ์ในรุ่น กาแลคซี่ เอส 26 ซีรีส์ ด้วยการยกเลิกรุ่นความจุเริ่มต้น 128GB ทิ้งไป เพื่อบีบให้ผู้ซื้อขยับไปรุ่นที่สูงกว่าและมีกำไรต่อหน่วยมากขึ้น แทนที่จะแบกรับต้นทุนชิปแรมที่บานปลายไว้เพียงฝ่ายเดียว

AI แรงบีบสมาร์ทโฟน ผู้ผลิตจ่อหั่นสเปกกล้อง-จอ แลกต้นทุน'แรม'แพงทุบสถิติ

สะท้อนให้เห็นว่าในปี 2569 นี้ จุดโฟกัสของตลาดสมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนจากการอัปเกรดสเปกแบบรอบด้าน ไปสู่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยมีแรมเป็นตัวประกันสำคัญที่ทำให้ฟีเจอร์อื่นต้องถูกตัดทอนลงเพื่อให้ได้เครื่องที่ฉลาดขึ้นตามความต้องการของตลาด