
TKS โชว์กำไรปี 68 ทะยาน 600% แตะ 277 ล้าน กางแผนปี 69 รายได้โต 14%
TKS โชว์ผลงานปี 68 พลิกโครงสร้างกำไรแรง กำไรพุ่ง 598% แตะ 277 ล้านบาท จากส่วนแบ่งบริษัทร่วมและลดขาดทุน PTECH พร้อมจ่ายปันผล 0.36 บาทต่อหุ้น เดินหน้ากลยุทธ์ Tech Ecosystem ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 14%
KEY
POINTS
- TKS เผยผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ 277 ล้านบาท เติบโตเกือบ 600% แม้รายได้รวมลดลง โดยมีปัจจัยหลักจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมและการลดลงของผลขาดทุนจากการลงทุน
- คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.46 บาท
- วางเป้าหมายธุรกิจปี 2569 รายได้เติบโต 14% พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ที่ระดับ 35% โดยมุ่งเน้นขยายธุรกิจกลุ่มเทคโนโลยี
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS ผู้ประกอบธุรกิจ Security Printing ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่า ผลงานปี 2568 บริษัทพลิกโครงสร้างกำไรแข็งแกร่ง กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่พุ่งแตะ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 333 ล้านบาท หรือเติบโต 598% แม้รายได้รวมทำได้เกือบ 1,406 ล้านบาท ลดลงราว 7% จากปีก่อน
โดยแรงหนุนหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 221.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.4 ล้านบาท หรือ 111% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มเทคโนโลยีและ IT Ecosystem รวมถึงการลดลงของผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัท PTECH จำนวน 238.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตลงทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจเชิงกลยุทธ์
แม้รายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 1,405.8 ล้านบาท ลดลง 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากงานโครงการพิเศษกลุ่มธุรกิจการพิมพ์กลุ่มบรรจุภัณฑ์และฉลากชะลอตัว พร้อมเดินหน้าขยายกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์มซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและอัตรากำไรสูง
ขณธที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 34.7% ใกล้เคียงปีก่อนที่ 35.4% ปรับลดลงเล็กน้อยจากยอดขายกลุ่มงาน Pass Book ซึ่งเป็นงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ บริษัทยังคงบริหารต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นการขยายกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต (Growth Business) ได้แก่ ธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเช่นกัน
ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 162.0 ล้านบาท ลดลง 30.5 ล้านบาท หรือ 15.8% จากปีก่อน สอดคล้องกับรายได้ที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่ากำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การบริหารพอร์ตลงทุน และการปรับโครงสร้างธุรกิจให้เหมาะสมกับทิศทางอุตสาหกรรม
“ผลการดำเนินงานในปีนี้สะท้อนถึงความสำเร็จเชิงกลยุทธ์ รวมถึง ความแข็งแรงของโครงสร้างธุรกิจและพอร์ตการลงทุน โดยการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสูงถึง 221.3 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการลดลงของผลขาดทุนจากการลงทุนใน PTECH ประกอบกับการควบคุมต้นทุนการผลิตภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวเล็กน้อยตามโครงสร้างรายได้ แต่ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแรง ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางการเติบโตที่มีคุณภาพ และต่อยอดสู่การขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้นในอนาคต” นายสุพันธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯเห็นสมควรให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 225.15 ล้านบาท คิดเป็นอัตราหุ้นละ 0.46 บาท ซึ่งจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิและกำไรสะสมของบริษัทฯ จ่ายเป็นเงินสด
ทั้งนี้ บริษัทฯได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 ไปแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยจะจ่ายปันผลส่วนที่เหลือของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 27 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 14 พฤษภาคม 2569
กางแผนปี 69
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 TKS วางเป้าหมายสร้างความยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ “Technology for the future” โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้ากับเทคโนโลยี (Driving sustainable growth by connecting every stakeholder with technology)
โดยมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มธุรกิจ อาทิ กลุ่มธุรกิจ E-commerce, คลังสินค้าและโลจิสติกส์ และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม กลุ่มงานพิมพ์ และ กลุ่มธุรกิจ IT Digital Ecosystem และกลุ่มธุรกิจการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยรวม สำหรับรักษาฐานธุรกิจเดิมควบคู่ไปกับการหาพันธมิตร โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 14% พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ที่ระดับ 35%






