
'อัสสเดช' ชี้หุ้นไทยร่วงแรง 81.90 จุด ตามหุ้นโลก ชู SET ยังให้ผลตอบแทนติด Top 3 เอเชีย
SET ดิ่งแรง 5.58% ปิดที่ 1,384 จุด หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก จนต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker ระหว่างวัน แม้แรงขายจากสถาบันและโบรกกดดันดัชนี แต่ยังเห็นแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนในประเทศและต่างชาติ
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวลดลงแรง 81.90 จุด ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker)
- แม้ดัชนีจะปรับตัวลง แต่ผลตอบแทนของหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) ยังคงสูงเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้และไต้หวัน
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (4 มีนาคม 2569) SET Index ปิดที่ 1,384.61 จุด ปรับตัวลดลง 81.90 จุด คิดเป็น -5.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 159,372.02 ล้านบาท
การลดลงของดัชนีสอดคล้องกับทิศทางตลาดทุนทั่วโลกจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในช่วงเช้าวันนี้ SET Index ปรับตัวลดลง 8.01% ส่งผลให้มาตรการ Circuit Breaker ทำงาน
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตลาดหุ้นไทยปิดทำการในวันหยุดเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดอื่นเปิดทำการและปรับตัวลงไปแล้ว ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดอื่นหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย
ถึงแม้ 2 วันที่ผ่านมา SET Index จะปรับตัวลดลง แต่นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นไทยยังคงให้ผลตอบแทน (Index Return) บวกเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้และไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และทำงานประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง พร้อมไปกับการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน
อนึ่ง ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (4 มี.ค. 69) ปิดที่ระดับ 1,384.61 จุด ลดลง 81.90 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 5.58% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างวันดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,404.73-1,341.14 จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 159,372.02 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 54.00 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 6.09% มูลค่าซื้อขาย 11,465.75 ล้านบาท
- PTT ราคา 35.25 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 4.08% มูลค่าซื้อขาย 10,258.46 ล้านบาท
- KBANK ราคา 190.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 3.55% มูลค่าซื้อขาย 9,983.14 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 137.50 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ 3.17% มูลค่าซื้อขาย 9,181.19 ล้านบาท
- DELTA ราคา 239.00 บาท ลดลง 28.00 บาท หรือ 10.49% มูลค่าซื้อขาย 8,856.90 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากแบ่งมูลค่าการซื้อขายในวันนี้ตามประเภทนักลงทุน พบว่า นักลงทุนในประเทศมีสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยสูงสุดที่ 13,964.41 ล้านบาท รองลงมา คือนักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 1,023.24 ล้านบาท
ขณะที่แรงขายส่วนใหญ่ในวันนี้เป็นผลมาจากกลุ่มบัญชีบริษํทหลักทรัพย์และสถาบัน ที่มีการขายสุทธิอยู่ที่ 9,564.79 ล้านบาท และ 5,422.86 ล้านบาท






