KEY
POINTS
ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีทองของตลาดทองคำไทย เมื่อราคาทองคำแท่งในประเทศปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดทั้งปี ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเคลื่อนไหวของค่าเงิน ส่งผลให้ทองคำยังคงทำหน้าที่ “สินทรัพย์หลบภัย” ได้อย่างโดดเด่น
จากข้อมูลสถิติราคาทองคำในประเทศ พบว่าในปี 2568 ราคาทองคำแท่ง ต่ำสุดอยู่ราว 42,500 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาสูงสุดขยับขึ้นไปแตะระดับประมาณ 67,300–67,400 บาทต่อบาททองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นตลอดปีประมาณ 24,800 บาทต่อบาททองคำ
ขณะที่ปี 2569 คาดการณ์ว่า ราคาทองคำยังมีอัพไซด์ (Upside) อยู่ประมาณ 7-10% โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 4,750 ดอลลาร์ต่ออนซ์ หรือประมาณ 70,350 บาทต่อบาททองคำ
เมื่อคำนวณในเชิงผลตอบแทน ราคาทองคำปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นคิดเป็นประมาณ 58–60% เมื่อเทียบกับระดับราคาต่ำสุดของปี ถือเป็นอัตราการปรับตัวขึ้นที่โดดเด่นอย่างมาก เมื่อเทียบกับสินทรัพย์การลงทุนหลายประเภท ทั้งหุ้น พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาเดียวกัน
การปรับขึ้นแรงของราคาทองคำในปี 2568 สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของประเทศหลัก และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เป็นที่น่าสนใจว่า หุ้นที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับค้าปลีกทองรูปพรรณโดยตรง อย่าง บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA จะมีการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น รวมถึงผลการดำเนินงานออกมาในทิศทางได
จากการรวบรวมข้อมูลหุ้น AURA พบว่า มีมูลค่าตามราคาตลาด ณ วันที่ 15 ม.ค. 69 อยู่ที่ 18,167.42 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปิดตลาด วันที่ 30 ธ.ค. 68 อยู่ที่ระดับ 14.50 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -0.68 % จากราคาเปิดตลาดซื้อขายวันแรก 2 ม.ค. 68 ที่ระดับ 14.60 บาท
แต่หากเทียบราคาหุ้นเฉลี่ยของปี 2568 จะอยู่ที่ระดับ 15.30 บาท โดยในช่วงระหว่างปีราคาแกว่งตัวในกรอบและต่ำสุดที่ระดับ 17.80 บาท และ 13.40 บาท มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 5,467.38 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 22.59 ล้านบาทต่อวัน
ทั้งนี้ ด้วยในปัจจุบันยังไม่ถึงรอบของการประกาศงบผลการดำเนินงาน ทำให้ต้องเปรียบเทียบข้อมูลในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 โดยพบว่ารายได้รวมอยู่ที่ระดัย 28,037.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,446.18 ล้านบาท หรือเปลี่ยนแปลง 18.84% เมื่อเทียบช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 อนู่ที่ 23,591.61 ล้านบาท
ขณะที่กำไรสุทธิรวมในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 อยู่ที่ระดับ 1,022.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198.14 ล้านบาท หรือเปลี่ยนแปลง 24.03% เมื่อเทียบช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 824.30 ล้านบาท ส่วน EBITDA อยู่ที่ 2,095.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 419.28 ล้านบาท หรือเปลี่ยนแปลง 25.01% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 1,675.88 ล้านบาท
ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อได้ว่าจากผลการดำเนินงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับตัวเลข 2 หลัก (Double digit) ทั้งในแง่ของรายได้รวม กำไรสุทธิ และ EBITDA เป็นผลมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในปี 2568 และคาดการกว่าผลการดำเนินงานรวมปี 2568 ของ AURA จะเติบโตได้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ