12 มกราคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองคำทะยานผ่านระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาเงิน (Silver) ก็พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และข่าวการสอบสวนทางอาญาต่อ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
สรุปตัวเลขราคาโลหะมีค่า
ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
1. วิกฤตการณ์ในอิหร่าน: เหตุประท้วงในอิหร่านส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 500 ราย โดยรัฐบาลอิหร่านขู่ที่จะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการตามคำขู่ที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประท้วง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงท่าทีแข็งกร้าวในเวทีโลก ทั้งการขับไล่ผู้นำเวเนซุเอลา และการหารือเรื่องการครอบครองกรีนแลนด์
2. ความขัดแย้งภายในสหรัฐฯ (พาวเวลล์ vs ทรัมป์): นายเจอโรม พาวเวลล์ เปิดเผยว่ารัฐบาลของทรัมป์ขู่ที่จะดำเนินคดีอาญาต่อเขาจากกรณีการให้การต่อสภาคองเกรส ซึ่งพาวเวลล์มองว่าเป็น "ข้ออ้าง" เพื่อกดดันให้ธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ย ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ ร่วงลงทันที
3. นโยบายดอกเบี้ย: นักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งสภาพแวดล้อมที่ดอกเบี้ยต่ำมักจะส่งผลดีต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอย่างทองคำ
นายทิม วอเทอร์เรอร์ (Tim Waterer), หัวหน้านักวิเคราะห์การตลาดจาก KCM Trade กล่าวว่า ความไม่สงบในอิหร่าน ผสมโรงกับข่าวการสอบสวนประธาน Fed ทำให้ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ร่วงลง และนั่นคือสัญญาณไฟเขียวที่ส่งให้ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้น