
เตือน 5 จังหวัดภาคเหนือเฝ้าระวังเข้ม หลังพบ 'จุดความร้อน' พุ่งสูงสุด
กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศล่าสุด 4 มี.ค. 2569 ภาคเหนือค่าฝุ่นพุ่งแตะ 112.7 มคก./ลบ.ม. หลังพบจุดความร้อนรวม 1,967 จุด เน้น 5 จังหวัดเฝ้าระวังพิเศษ 'ลำปาง-แพร่-ลำพูน-เชียงใหม่-ตาก' สั่งคุมเข้มงดเผาที่โล่ง 100%
KEY
POINTS
- พบจุดความร้อนในภาคเหนือพุ่งสูงถึง 1,967 จุด โดย 5 จังหวัดที่พบมากที่สุดและต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ลำปาง, แพร่, ลำพูน, เชียงใหม่ และตาก
- สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ 16 จังหวัดภาคเหนือเกินค่ามาตรฐาน และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายห้ามเผา พร้อมพิจารณาปิดป่าในพื้นที่เสี่ยงเพื่อควบคุมสถานการณ์
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2569 เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น ในพื้นที่ภาคเหนือ ฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 16 จังหวัด ตรวจวัดได้ 18.4 - 112.7 มคก./ลบ.ม. ได้แก่ จ.ลำปาง จ.ลำพูน จ.แพร่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ และ จ.อุทัยธานี ในขณะที่พื้นที่ กทม. และปริมณฑล ภาคกลาง และภาคอีสาน ค่าฝุ่นขยับสูงขึ้นในบางพื้นที่ แต่ภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ทั้งนี้ การติดตามข้อมูลจุดความร้อนเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 พบจุดความร้อนรวมทั้งสิ้น 1,967 จุด ส่วนใหญ่พบเจอในพื้นที่ป่ากว่า 1,486 จุด คิดเป็นร้อยละ 76 ของจุดความร้อนทั้งหมด โดยมีจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน เชียงใหม่ และตาก ตามลำดับ ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนโดยเฉพาะ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.น่าน และจ.ตาก
จึงขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามเข้มงวดห้ามเผา และพี่น้องประชาชนทุกท่าน งดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และป้องกันมลพิษทางอากาศ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของคนในชุมชนและสังคมส่วนรวม
ล่าสุด ศกพ. ได้ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 – 2 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (พื้นที่ภาคเหนือ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้อง และกรมป่าไม้ ได้รายงานการเกิดจุดความร้อน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีการเกิดจุดความร้อน ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมเพิ่มขึ้น ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ต้องบูรณาการกำลังพล ตรวจเข้มลาดตระเวน พร้อมขอใช้อากาศยานในการดับไฟ
ศกพ. ขอให้กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ พิจารณาปิดป่าในพื้นที่เสี่ยงการเผาไหม้ให้เร็วยิ่งขึ้น
จากการพยากรณ์สถานการณ์พายุฤดูร้อน 4-6 มี.ค. นี้ว่า มีโอกาสพบฝนตกสะสมในภาคกลาง ตะวันออก และอีสานเป็นหลัก มีภาคเหนือเป็นส่วนน้อย บริเวณภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก
ทั้งนี้ ศกพ. ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นให้สวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบเจอการเผาขอให้แจ้งภาครัฐเพื่อดับไฟและควบคุมจุดความร้อนและสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Air4Thai

