
ทีทีบีแจง ING ลดถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบบริหาร ชี้ขายหุ้น PP เพิ่มสภาพคล่อง
ทีทีบีแจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ผ่าน Private Placement มูลค่า 475 ล้านยูโร ย้ำไม่กระทบบริหาร ชี้เพิ่ม Free Float หนุนสภาพคล่องหุ้นระยะยาว
KEY
POINTS
- ING Bank N.V. ลดสัดส่วนการถือหุ้นในทีทีบีจาก 19.5% เหลือประมาณ 11.6% ผ่านการขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้นักลงทุนสถาบัน
- ทีทีบียืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน หรือกลยุทธ์หลักของธนาคาร
- การขายหุ้นนอกกระดานช่วยลดแรงกดดันต่อราคาหุ้นในตลาด และเป็นการเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) เพื่อเสริมสภาพคล่องในระยะยาว
ทีทีบีแจงกรณี ING Bank N.V. ลดสัดส่วนถือหุ้นจาก 19.5% เหลือ 11.6% ผ่าน Private Placement มูลค่าราว 475 ล้านยูโร ยืนยันไม่กระทบโครงสร้างบริหาร การดำเนินงาน และกลยุทธ์หลักของธนาคาร ชี้การขายนอกกระดานช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดรอง พร้อมเพิ่ม Free Float หนุนสภาพคล่องหุ้นระยะยาว ขณะที่เดินหน้าซื้อหุ้นคืนตามกรอบ 35,000 ล้านบาท
ทีทีบีแจง ING ลดถือหุ้นเหลือ 11.6%
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ชี้แจงกรณี ING Bank N.V. หรือ ING หนึ่งในผู้ถือหุ้นของธนาคาร รายงานผลการเสนอขายหุ้นสามัญทีทีบีแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน มูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเงินทุนเชิงรุกและการเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน
ภายหลังการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ING จะลดสัดส่วนการถือหุ้นในทีทีบีจาก 19.5% เหลือประมาณ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ทีทีบีถืออยู่
ทีทีบีระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตามนโยบายและกลยุทธ์ของ ING ในฐานะผู้ถือหุ้นโดยตรง ซึ่งเป็นการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นที่ธนาคารไม่สามารถรับทราบล่วงหน้าหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจได้
Private Placement ลดแรงขาย เพิ่ม Free Float
ทีทีบีมองว่า การที่ ING เลือกเสนอขายหุ้นผ่าน Private Placement นอกกระดานหลักให้แก่นักลงทุนสถาบัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดแรงขายหุ้นจำนวนมากในตลาดรอง และจำกัดผลกระทบโดยตรงต่อการซื้อขายหุ้นทีทีบีในกระดานหลัก
ขณะเดียวกัน ธุรกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนที่สนใจสามารถเข้าถือหุ้นทีทีบีโดยตรง และช่วยเพิ่มสัดส่วนการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือ Free Float ซึ่งธนาคารมองว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพคล่องการซื้อขายหุ้น TTB ในระยะยาว
ย้ำไม่กระทบโครงสร้างบริหาร-กลยุทธ์ธนาคาร
สำหรับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทีทีบียืนยันว่า การลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน กรอบการกำกับดูแลกิจการ หรือกลยุทธ์หลักของธนาคาร
เนื่องจากทีทีบีได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ทำให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใดรายหนึ่ง
นอกจากนี้ ธนาคารยังระบุว่า การลดสัดส่วนของ ING ไม่กระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจและการบริหารงาน โดยที่ผ่านมา ทีทีบีได้วางรากฐานและพัฒนาบุคลากรภายในให้สามารถบริหารจัดการและขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติด้วยทีมผู้บริหารชาวไทย
ปัจจุบันบทบาทหลักของ ING ยังคงอยู่ในระดับคณะกรรมการธนาคาร (Board of Directors) ดังนั้น การลดสัดส่วนการถือหุ้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานของทีทีบี
“ปิติ” ย้ำเป้าหมายสร้างผลตอบแทนยั่งยืน
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า ธนาคารยังคงมุ่งดำเนินงานตามเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมถึงการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน
สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนของทีทีบีมีวงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2568-2571 โดยปัจจุบันธนาคารดำเนินการซื้อหุ้นคืนสะสมแล้วประมาณ 21,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินเหลืออีก 14,000 ล้านบาท
นายปิติกล่าวว่า การที่ทีทีบีสามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนได้เร็วกว่าแผนที่กำหนด ทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในเรื่องกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนในครั้งถัดไป
จากนี้ธนาคารจะพิจารณารูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนแต่ละครั้งสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น







