thansettakij
thansettakij
ทีทีบีชี้ เงินบาทสัปดาห์นี้ผันผวน 33.30-33.90 บาท จับตาตะวันออกกลาง เฟด ฟันด์โฟลด์

ทีทีบีชี้ เงินบาทสัปดาห์นี้ผันผวน 33.30-33.90 บาท จับตาตะวันออกกลาง เฟด ฟันด์โฟลด์

20 ก.ค. 69 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ค. 69 | 07:01 น.

ทีทีบีประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์ จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สัญญาณจากเฟด กำหนดทิศทางตลาดเงินโลก

KEY

POINTS

  • ทีทีบีคาดการณ์ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันและสร้างความไม่แน่นอนในตลาด
  • ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงิน

ทีทีบีประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมัน และกระแสเงินทุนต่างชาติ แม้เงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัวกดดันดอลลาร์ แต่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินโลก

ทีทีบีมองเงินบาทผันผวนในกรอบ 33.30-33.90 บาท

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ประเมินว่า ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาพลังงาน และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทโดยรวมอ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อน และเคลื่อนไหวเหนือระดับ 33.60 บาทต่อดอลลาร์ แม้ว่าดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) จะถูกกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบและราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง

 

ตลาดจับตาภูมิรัฐศาสตร์และเสถียรภาพพลังงาน

ทีทีบีระบุว่า นักลงทุนทั่วโลกยังติดตามพัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมัน เงินดอลลาร์ และสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเงินบาท มีความผันผวนมากขึ้น

ด้านเศรษฐกิจสหรัฐ อัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทั้งในส่วนทั่วไปและพื้นฐาน ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่เริ่มผ่อนคลาย และทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความแข็งแกร่ง โดยยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนขยายตัว 0.2% จากเดือนก่อน สอดคล้องกับที่ตลาดคาด ขณะที่ยอดค้าปลีกในกลุ่ม Control Group ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณ GDP ยังคงสะท้อนการบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง

จับตาเฟด ฟันด์โฟลว์ และราคาน้ำมัน

ทีทีบีมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ความคืบหน้าของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันและราคาทองคำ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้น