
ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ลุ้นแข็งค่า ทีทีบีชี้กรอบ 32.70-33.40 บาท
ทีทีบีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์ จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าที Fed หลังข้อมูลจ้างงานอ่อนแอกว่าคาด ขณะที่ราคาทองคำหนุนเงินบาทปลายสัปดาห์
KEY
POINTS
- ทีทีบีคาดการณ์ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจัยหนุนมาจากการที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
- เงินบาทยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการแข็งค่าของเงินเยนและราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น
- นักลงทุนควรจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งจะกำหนดทิศทางค่าเงินในระยะสั้น
ทีทีบีประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยยังต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังข้อมูลการจ้างงานเดือนมิถุนายนออกมาอ่อนแอกว่าคาด สะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ขณะที่เงินบาทได้รับแรงหนุนจากเงินเยนแข็งค่าและราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น
เงินบาทสัปดาห์นี้แกว่งกรอบ 32.70-33.40 บาท จับตา Fed และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ประเมินว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากระดับปัจจุบันบริเวณ 33.17 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินทั่วโลก
ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาด กดดันมุมมองเศรษฐกิจ
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจคือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: NFP) ของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานของสองเดือนก่อนหน้าถูกปรับลดลงรวมอีก 74,000 ตำแหน่ง
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม แม้อัตราการว่างงานจะลดลงมาอยู่ที่ 4.2% แต่เป็นผลจากอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานที่ลดลง ทำให้ตลาดยังคงประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้วยความระมัดระวัง
Fed ส่งสัญญาณให้น้ำหนักความยืดหยุ่นของนโยบาย
ในด้านนโยบายการเงิน นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า Fed จะให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น พร้อมลดการใช้แนวทางส่งสัญญาณล่วงหน้า (Forward Guidance) เพื่อเปิดโอกาสให้คณะกรรมการ FOMC สามารถอภิปรายเชิงนโยบายได้อย่างอิสระมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความกังวลด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนใช้ประเมินทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ในระยะถัดไป
ตลาดจับตาประเด็นการเมืองและเทคโนโลยีในสหรัฐฯ
นอกจากปัจจัยเศรษฐกิจแล้ว นักลงทุนยังติดตามความเคลื่อนไหวด้านนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยไม่เห็นชอบต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปลดผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ออกจากตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังผ่อนคลายข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Claude Mythos 5 ของ Anthropic ซึ่งได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก
เงินบาทผันผวนตามดอลลาร์ แต่ปลายสัปดาห์ได้แรงหนุนจากเยนและทองคำ
ทีทีบีระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินหลักในภูมิภาค โดยช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทอ่อนค่าลงไปทดสอบระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
ตลาดจึงปรับลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะที่เงินบาทยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่นและราคาทองคำโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
แนะจับตาถ้อยแถลง Fed ชี้ทิศทางเงินบาทระยะสั้น
ทีทีบีมองว่า นักลงทุนควรติดตามการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดใหม่ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินบาทในระยะสั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกตลอดสัปดาห์นี้







