
เงินบาทแข็งค่าสุดรอบสัปดาห์แตะ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงขายดอลลาร์
เงินบาทปิดตลาด 33.64 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดรอบ 1 สัปดาห์ รับแรงขายดอลลาร์หลังเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอม ทองคำขาขึ้นและต่างชาติซื้อพันธบัตรไทยหนุน
KEY
POINTS
- เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์
- ปัจจัยหลักเกิดจากแรงเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งตลาดคาดว่าจะจำกัดนโยบายลดภาษีของรัฐบาลทรัมป์
- ค่าเงินบาทยังได้รับปัจจัยหนุนจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าซื้อพันธบัตรไทย
เงินบาทปิดตลาดที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากวันก่อน เหตุเงินดอลลาร์ถูกเทขาย หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ตลาดมองจำกัดนโยบายลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่ทองคำขาขึ้นและเงินทุนต่างชาติไหลเข้าพันธบัตรไทยช่วยหนุนค่าเงินบาท ประเมินกรอบวันพรุ่งนี้ 33.50-33.80 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 1 สัปดาห์ รับแรงขายดอลลาร์
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัย กสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าผ่านแนว 33.70 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 33.76 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 33.62 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญมาจากแรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมและครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ซึ่งตลาดประเมินว่าอาจเพิ่มข้อจำกัดต่อการผลักดันนโยบายลดภาษีและการใช้จ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดัน
ทองคำขาขึ้น-ต่างชาติซื้อพันธบัตรไทย หนุนเงินบาท
นอกจากนี้ เงินบาทยังได้รับปัจจัยบวกจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนทิศทางค่าเงินบาท
สำหรับกระแสเงินทุนต่างชาติในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,870 ล้านบาท ขณะที่ซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 6,801 ล้านบาท สะท้อนทิศทางฟันด์โฟลว์ที่แตกต่างกันระหว่างตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้
ประเมินกรอบเงินบาทพรุ่งนี้ 33.50-33.80 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.50-33.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังต้องติดตามปัจจัยต่างประเทศและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ ผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์และค่าเงินบาทในระยะถัดไป







