
เลือกตั้งสหรัฐกดดันดอลลาร์ กสิกรไทยชี้เงินบาทแข็งค่าแตะ 33.70 บาท
เงินบาทวันนี้ 4 พ.ย. 69 แข็งค่าแตะ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงกดดันดอลลาร์จากเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ กสิกรไทย-กรุงไทยชี้กรอบ 33.65-33.85 บาท จับตาเฟดและตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 33.70-33.72 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง
- ปัจจัยหลักมาจากแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์จากผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่เบื้องต้นพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำ
- ตลาดประเมินว่าผลเลือกตั้งอาจทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายมากขึ้น
- อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยังมีความผันผวน โดยต้องจับตาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยเงินบาทเช้าวันที่ 4 พ.ย. 69 แข็งค่าแตะ 33.70-33.72 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงกดดันดอลลาร์จากผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เบื้องต้นพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำ ขณะที่กรุงไทยประเมินเงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 33.65-33.85 บาท จับตาผลเลือกตั้ง ทิศทางเฟด และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 33.70-33.72 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลา 08.55 น. เทียบกับระดับปิดตลาดวันทำการก่อนหน้าที่ 33.74 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
กสิกรไทยชี้เงินบาทแข็งขึ้นสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐ
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐที่เผชิญแรงกดดันจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเบื้องต้น ซึ่งสะท้อนว่าพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำและมีแนวโน้มได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดประเมินว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเผชิญข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายมากขึ้น นอกจากนี้ เงินบาทและสกุลเงินอื่นในเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากสัญญาณความคืบหน้าของการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยต้องติดตามบทสรุปผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลให้เงินบาทผันผวนระหว่างวัน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเงินบาทไว้ที่ 33.70-33.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
กรุงไทยชี้เงินบาทแกว่ง Sideways จับตาผลเลือกตั้งสหรัฐฯ
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.76 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจนในกรอบ Sideways ที่ 33.68-33.79 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าขึ้นตามราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จากความหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่กลับมาอ่อนค่าลงเมื่อสถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและเสี่ยงทวีความรุนแรง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด โดยยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) เพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 7.5 ล้านตำแหน่ง และยอดคำสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงาน (Factory Orders) ขยายตัว 1.8% จากเดือนก่อนหน้า
ปัจจัยดังกล่าวยังกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลงเข้าใกล้ระดับ 3,920-3,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยกรุงไทยประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 33.65-33.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์-บอนด์ยีลด์ผันผวน ตลาดรอผลเลือกตั้งชี้ทิศทาง
สำหรับภาพรวมตลาดการเงิน นายพูนระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวลดลง 0.4% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.4% และ Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 0.8% นอกจากนี้ ผลประกอบการของ AMD ที่ออกมาสดใสหลังปิดตลาดยังหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยราคาหุ้น AMD เพิ่มขึ้น 5.5%
ส่วนตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลดลง 0.6% จากแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor รวมถึงหุ้นพลังงานที่ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบซึ่งปรับตัวลดลงในช่วงที่ตลาดมีความหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวผันผวน โดยปรับขึ้นแตะระดับ 4.97% ก่อนย่อลงมาอยู่ที่ 4.92% ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย จากแรงรอติดตามผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
กรุงไทยยังคงมุมมองว่า การทยอยเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวในจังหวะที่ Bond Yield ปรับตัวขึ้น (Buy on Dip) ยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่ออัตราผลตอบแทนปรับขึ้นเหนือระดับ 5.30-5.35% หรือพิจารณาทยอยลงทุนเมื่อผลตอบแทนเพิ่มขึ้นทุก 25 Basis Points ตั้งแต่ระดับเหนือ 5.00%
ขณะที่เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนแต่มีทิศทางแข็งค่าขึ้น โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ขยับสู่ระดับประมาณ 101.9 จุด ส่วนราคาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคม 2569 เคลื่อนไหวบริเวณ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 3,970 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
เตือนเงินบาทเสี่ยง Two-way Risk จับตาเฟด-ตะวันออกกลาง
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยเฉพาะพื้นที่แข่งขันสำคัญ 10 เขต ซึ่งอาจชี้ทิศทางการครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส รวมถึงข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และดัชนี ISM Services PMI เดือนตุลาคม ตลอดจนรายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จาก EIA
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน และดัชนี RatingDog PMI ภาคบริการของจีน รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความเสี่ยงทวีความรุนแรง หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
นายพูนประเมินว่า เงินบาทมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) ในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และพัฒนาการในตะวันออกกลาง จึงแนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้ Options
ทั้งนี้ หากผลเลือกตั้งเป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส หรือแม้จะครองเสียงข้างมากเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร ประกอบกับเฟดมีแนวโน้มใกล้สิ้นสุดวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย และสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่รุนแรงขึ้น อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นได้
ในระยะกลางถึงระยะยาว กรุงไทยยังประเมินว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2570 และทยอยปรับลดดอกเบี้ยลงในระยะถัดไป ขณะที่เงินบาทยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ปี 2569 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปี 2570
สำหรับแนวโน้มทางเทคนิค เงินบาทมีแนวต้านสำคัญที่ 33.75-33.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หากอ่อนค่าทะลุระดับดังกล่าว อาจเปิดความเสี่ยงไปทดสอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ







