thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.69) เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าแตะ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.69) เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าแตะ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

22 ต.ค. 69 | 02:21 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 02:21 น.

เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าแตะ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงซื้อพันธบัตรไทย แต่เสี่ยงอ่อนค่าจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่ง กรุงไทยประเมินกรอบ 33.50-33.70 บาทต่อดอลลาร์

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 22 ต.ค. แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ
  • อย่างไรก็ตาม เงินบาทมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น
  • ธนาคารกรุงไทยและศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ประมาณ 33.50-33.70 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22 ต.ค. 2569) แข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ หลังแรงซื้อพันธบัตรไทยหนุน ขณะที่ความตึงเครียดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานซาอุดีอาระเบียและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกดดันเงินบาทอ่อนค่า ด้านกรุงไทยประเมินกรอบเคลื่อนไหว 33.50-33.70 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้า แต่เสี่ยงอ่อนค่าตามราคาน้ำมัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยว่า เงินบาทเช้าวันนี้ (22 ตุลาคม 2569) เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.58-33.60 บาทต่อดอลลาร์ ณ เวลา 08.55 น. แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดวันทำการก่อนหน้าที่ 33.63 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าระหว่างวัน จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตี และสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กลับมายืนเหนือระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.50-33.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันและทองคำในตลาดโลก รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

กรุงไทยชี้เงินบาทผันผวนสูง จับตาสงครามกระทบตลาดเงิน

ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยและแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

ในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down หรือทยอยแข็งค่าภายในกรอบ 33.56-33.65 บาทต่อดอลลาร์ แม้มีแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดการเงินสหรัฐฯ มีบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากความเสี่ยงในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มฮูตียังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ล่าสุดมีรายงานการใช้โดรนโจมตีแหล่งน้ำมัน Shaybah ของ Aramco ขณะที่อิหร่านยังคงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และบรรยากาศลงทุนที่กลับมาเปิดรับความเสี่ยงในตลาดยุโรปและสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยจำกัดการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าเงินบาทผ่านความเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำในตลาดโลก

หุ้น AI หนุนตลาดโลก ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าจำกัด

สำหรับตลาดการเงินต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ หลังผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มดังกล่าวออกมาดีกว่าคาด โดยดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.7% ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.1%

 

ส่วนตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 เพิ่มขึ้น 0.9% นำโดยหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดยหุ้น ASML ปรับตัวขึ้น 2.6% อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสยังเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุน

ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบ 5.08-5.16% โดยยังไม่มีทิศทางชัดเจน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงซื้อพันธบัตรระยะยาวในช่วงที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้น

กรุงไทยยังมองว่าการทยอยเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ ในจังหวะที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้น หรือกลยุทธ์ Buy on Dip ยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับขึ้นเหนือระดับ 5.20% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงจากแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงเล็กน้อยมาอยู่บริเวณ 101.7 จุด หลังตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นช่วยหนุนเงินยูโรและเงินปอนด์ ส่วนราคาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคม 2569 เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยยังยืนเหนือระดับ 4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์

จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเสี่ยงเงินบาทอ่อนค่า

ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแคนซัสซิตี ขณะที่ฝั่งยุโรปต้องจับตาดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซนและถ้อยแถลงของผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ส่วนตลาดเอเชียจะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อญี่ปุ่น เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง หรือ Two-way Risk โดยขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของนักลงทุนต่อแนวโน้มดอกเบี้ย Fed และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมแนะนำให้ผู้เล่นในตลาดเพิ่มความหลากหลายของเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะการใช้ Options

สำหรับกรอบเงินบาทในระยะสั้น ธนาคารกรุงไทยประเมินแนวรับที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังมีโอกาสเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเป็นระยะ หากราคาทองคำปรับตัวลงหรือความเสี่ยงในตะวันออกกลางผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงระยะยาว เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้น หากตลาดปรับมุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ลดลง และไทยได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ปี 2569 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปี 2570 แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วและมากกว่าคาด หากราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

ในเชิงเทคนิคัล กรุงไทยระบุว่า เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าทั้งในกรอบรายวันและรายสัปดาห์ โดยต้องติดตามระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เงินบาทต้องแข็งค่าทะลุขึ้นไป จึงจะกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าตามลำดับ