
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค.69) เงินบาททรงตัว 33.62 บาท รับแรงกดดันตะวันออกกลาง
เงินบาทเปิด 33.62 บาทต่อดอลลาร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองกรอบ 33.55-33.70 บาท กรุงไทยเตือนความเสี่ยงตะวันออกกลาง-ราคาน้ำมัน กดดันเงินบาททดสอบ 33.75-34 บาท จับตารายงานประชุมเฟดคืนนี้
KEY
POINTS
- ค่าเงินบาทเปิดตลาดทรงตัวที่ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ
- สถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันให้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า
- ตลาดกำลังรอติดตามปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้
- นักวิเคราะห์ประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ที่ 33.55-33.75 บาท โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 33.85-34.00 บาท หากเงินบาทอ่อนค่าลง
เงินบาทเช้านี้เปิดที่ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองกรอบ 33.55-33.70 บาท ขณะที่ Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้ยังมีความเสี่ยงสองทาง แต่สถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมันอาจกดดันเงินบาทอ่อนค่า จับตาแนวต้าน 33.75 และ 33.85-34.00 บาท พร้อมรอรายงานประชุมเฟดคืนนี้
เงินบาทเช้าวันนี้ (7 ตุลาคม 2569) เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยอยู่ที่ระดับประมาณ 33.62-33.64 บาทต่อดอลลาร์ ณ เวลา 08.50 น. เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังรอติดตามปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 15-16 กันยายน ซึ่งจะเปิดเผยในคืนนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดเงิน
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่มีโอกาสเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มขึ้นระหว่างวัน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยืนเหนือระดับ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้า ขณะที่แรงขายเงินดอลลาร์ชะลอลงบางส่วน เนื่องจากตลาดรอติดตามปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะบันทึกการประชุมเฟดอย่างใกล้ชิด
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินไว้ที่ 33.55-33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และบันทึกการประชุมเฟด
กรุงไทยชี้เงินบาทเสี่ยงอ่อน หากน้ำมันพุ่งต่อ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางชัดเจนในกรอบ 33.56-33.65 บาทต่อดอลลาร์
ช่วงแรกเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าอิหร่านกลับมาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นตามความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว กดดันเงินบาทเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำที่มีจังหวะรีบาวด์ ตามแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาด รวมถึงถ้อยแถลงของ Joachim Nagel ประธานธนาคารกลางเยอรมนี ที่ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้รัฐบาลและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างแรงจูงใจให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ทยอยสะสมทองคำมากขึ้น
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงไว้ที่ 33.55-33.75 บาทต่อดอลลาร์
จับตาเฟด-น้ำมัน-ทองคำ กำหนดทิศทางเงินบาท
ในตลาดการเงินสหรัฐฯ นักลงทุนยังเปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.5% S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% และ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.4% แต่ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
ด้านตลาดพันธบัตร บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีเคลื่อนไหวในกรอบ 5.25-5.30% ตามความผันผวนของราคาน้ำมัน ขณะที่แรงซื้อพันธบัตรระยะยาวแบบ Buy on Dip ยังช่วยจำกัดการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์
ส่วนเงินดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยดัชนี DXY แกว่งตัวบริเวณ 101.7-102.1 จุด ขณะที่ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคม 2569 ทรงตัวบริเวณ 4,190 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงซื้อ Buy on Dip และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
เสี่ยงเงินบาทอ่อนทดสอบ 33.75 บาท
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่าเงินบาทมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk ในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟดและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ในระหว่างวัน หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความร้อนแรงและผลักดันราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้นต่อเนื่อง อาจกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าทดสอบแนวต้านแรกที่ 33.75 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญที่ 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ต้องจับตาราคาทองคำ หากหลุดแนวรับ 4,100-4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 3,900-4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาทให้ทดสอบระดับ 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
มองระยะกลางเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่า
สำหรับระยะกลางถึงยาว Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่า เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2570 และทยอยลดดอกเบี้ยลงในระยะต่อไป
ปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ปีนี้และไตรมาส 1 ปีหน้า ทำให้เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วและมากกว่าที่ประเมินไว้เพิ่มสูงขึ้น หากราคาพลังงานปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด
ในเชิงเทคนิคัล เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ทั้งในกรอบรายวันและรายสัปดาห์ โดยจะยังอยู่ในแนวโน้มดังกล่าวจนกว่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าทะลุระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ในกรอบรายวัน และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ในกรอบรายสัปดาห์







