
กสิกรไทยชี้ 8 แบงก์เริ่มฟื้น Q3/69 NIM ขยับแตะ 3% แต่สินเชื่อยังโตกระจุกตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแบงก์ 8 แห่งไตรมาส 3/2569 NIM ฟื้นแตะ 3.00% สินเชื่อโต 3.9% แต่ยังไม่ทั่วถึง จับตาหนี้เสีย SMEs-รายย่อย คาด NPL ทั้งปี 3.00-3.20%
KEY
POINTS
- ผลประกอบการ 8 ธนาคารในไตรมาส 3/69 เริ่มฟื้นตัว โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยับขึ้นแตะ 3.00% เนื่องจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง
- สินเชื่อรวมขยายตัว 3.9% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 แต่การเติบโตยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และภาครัฐ
- คุณภาพหนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และลูกค้ารายย่อย โดยคาดการณ์ว่า NPL ทั้งปีจะอยู่ในกรอบ 3.00-3.20%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง ไตรมาส 3/2569 เริ่มเห็นแรงกดดันรายได้ดอกเบี้ยผ่อนคลาย หลังต้นทุนเงินทุนลดลง หนุน NIM ขยับแตะ 3.00% ขณะที่สินเชื่อโต 3.9% ต่อเนื่อง 3 ไตรมาส แต่ยังพึ่งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และภาครัฐ เตือนจับตาคุณภาพหนี้ SMEs-รายย่อย พร้อมคาด NPL ทั้งปีอยู่ที่ 3.00-3.20%
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า ผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งในไตรมาส 3/2569 เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายจากแรงกดดันในช่วงครึ่งแรกของปี โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้นตามต้นทุนเงินทุนที่ทยอยลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เสียมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ภาพดังกล่าวยังไม่ใช่การฟื้นตัวอย่างเต็มที่ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน การเติบโตของสินเชื่อยังกระจุกตัวในบางกลุ่ม และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยยังผันผวนตามภาวะตลาดการเงิน
NIM ขยับแตะ 3% ต้นทุนเงินทุนลดช่วยพยุงรายได้
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งในไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3.00% จาก 2.96% ในไตรมาส 2/2569 นับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/2567
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง หลังธนาคารทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและบริหารโครงสร้างเงินฝากให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาลง ขณะที่ธนาคารบางแห่งได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อต่างประเทศ รวมถึงการปรับพอร์ตไปยังสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แรงส่งการฟื้นตัวของ NIM ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีจำกัด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่การขยายสินเชื่อยังเน้นลูกหนี้ที่มีศักยภาพมากกว่าการเติบโตในวงกว้าง ส่งผลให้ NIM ทั้งปีมีแนวโน้มต่ำกว่าระดับ 3.21% ในปี 2568
รายได้ค่าธรรมเนียมยังช่วยพยุง แต่กำไรลงทุนผันผวน
ด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 4.50 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่ารายได้ค่าธรรมเนียมยังมีบทบาทสำคัญในการประคองผลประกอบการ แต่เริ่มมีความผันผวนมากขึ้น
โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และตลาดทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและโอกาสการลงทุนของลูกค้า ขณะที่รายได้อื่น โดยเฉพาะกำไรจากการลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ลดลงตามมูลค่าพอร์ตตราสารหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ธนาคารจำเป็นต้องสร้างฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่สม่ำเสมอมากขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง กองทุน และประกัน เพื่อช่วยลดการพึ่งพารายได้ที่ผันผวนตามภาวะตลาด ควบคู่กับการติดตามผลจากการทยอยปรับใช้มาตรฐานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
สินเชื่อโต 3.9% แต่ยังไม่ฟื้นทั่วถึง
สินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์ 8 แห่งในไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวส่วนใหญ่ยังมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และภาครัฐ รวมถึงการเลือกขยายพอร์ตสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสอดคล้องกับระดับความเสี่ยง
ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่อรายย่อยบางประเภท ยังเผชิญแรงกดดันจากความเปราะบางของรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ สะท้อนว่าการเติบโตของสินเชื่อในปัจจุบันยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่กระจายตัวไปทั่วทุกกลุ่มลูกค้า
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ธนาคารยังต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าเป็นสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังมีอยู่
NPL ทรงตัว 3.11% แบงก์เร่งปรับโครงสร้างหนี้
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ สัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 3.11% ในไตรมาส 3/2569 ทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่สินเชื่อ Stage 2 ของธนาคารหลายแห่งยังทรงตัวหรือปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ การจัดการหนี้เสียเชิงรุก การตัดหนี้สูญ และการขาย NPL พร้อมรักษาระดับเงินสำรองรองรับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนจากอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 199.0% จาก 194.7% ในไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าธนาคารยังคงรักษากันชนทางการเงินไว้ในระดับสูง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ในระยะข้างหน้า
คาด NPL ทั้งปีอยู่ที่ 3-3.2% จับตาหนี้ SMEs-ครัวเรือน
สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า NPL Ratio ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเคลื่อนไหวในกรอบ 3.00-3.20% ขณะที่ Coverage Ratio มีแนวโน้มทรงตัวใกล้ระดับ 200%
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจซ้ำเติมความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่ม ตลอดจนความเปราะบางด้านรายได้ของผู้ประกอบการ SMEs และครัวเรือน ซึ่งอาจทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองและบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังต่อไป
โดยสรุป แม้ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะเริ่มเห็นแรงกดดันด้านต้นทุนเงินทุนและการตั้งสำรองผ่อนคลายลง แต่การฟื้นตัวของธุรกิจธนาคารยังมีข้อจำกัด ทั้งจากแนวโน้ม NIM ที่ยังต่ำกว่าปีก่อน การเติบโตของสินเชื่อที่ไม่ทั่วถึง และความผันผวนของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
โจทย์สำคัญของธนาคารในระยะถัดไป จึงอยู่ที่การสร้างรายได้ที่หลากหลายและต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสินทรัพย์และระดับเงินสำรองให้เพียงพอต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ







