thansettakij
thansettakij
กสิกรไทย ชี้ทางพาฝ่ากับดักรายได้ปานกลาง เร่งจีดีพีโต 5% เพิ่ม Productivity 3 เท่า

กสิกรฯ ชี้ทางพาไทยฝ่ารายได้ปานกลาง เร่งจีดีพีโต 5% เพิ่ม Productivity 3 เท่า

08 ต.ค. 69 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ต.ค. 69 | 07:35 น.

กสิกรไทย เปิดยุทธศาสตร์ดันเศรษฐกิจไทยฝ่ากับดักรายได้ปานกลาง ชูโมเดล ‘ทีมฟุตบอล’ เร่ง GDP โต 5% เพิ่ม Productivity 3 เท่า ชี้ควรวาง KPI เพื่อกำหนดตัวชี้วัด

KEY

POINTS

  • กสิกรไทยชี้ว่าไทยต้องเร่งการเติบโตของ GDP ให้ไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี และเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Productivity) ขึ้น 3 เท่า เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง
  • เสนอโมเดล 'Team of Thailand' เปรียบเทียบการทำงานเหมือนทีมฟุตบอล โดยให้ภาคเอกชนเป็น 'กองหน้า' สร้างรายได้, สถาบันการเงินเป็น 'กองกลาง' จัดสรรเงินทุน และภาครัฐเป็น 'กองหลัง' ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน
  • เป้าหมายคือการยกระดับรายได้ต่อหัวของคนไทยให้สูงกว่า 16,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายในปี 2037 เพื่อให้หลุดพ้นจากสถานะประเทศรายได้ปานกลางอย่างสมบูรณ์

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2027 : New Horizon Beyond the Trap ภายใต้หัวข้อ "Strategic Opportunity and Challenges in the New Economy" จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ว่า การพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle-Income Trap) ให้ได้ภายในปี 2037 หรือในอีก 12 ปีข้างหน้า ตามรายงานของ IMF และ World Bank ประเทศไทยจะต้องยกระดับรายได้ต่อหัวต่อปีให้อยู่เหนือเกณฑ์มาตรฐานสากลอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2025 รายได้เฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 7,690 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี 

ในขณะที่เกณฑ์การพ้นกับดักรายได้ปานกลางในปีดังกล่าวตั้งไว้ที่ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี ซึ่งคิดเป็นส่วนต่าง (Gap) สูงถึง 87% และภายในปี 2037 เป้าหมายดังกล่าวจะขยับขึ้นไปมากกว่า 16,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี 

จีดีพีไทยติดหล่ม 2% นาน 10 ปี เร่งฟื้น Productivity

อย่างไรก็ตาม เมื่อถอดสมการทางเศรษฐกิจ พบว่า ประเทศไทยต้องดันการเติบโตของ GDP ให้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 2% เท่านั้น 

นอกจากนี้ ผลิตภาพแรงงานหรือ Productivity ซึ่งปัจจุบันเติบโตเพียง 1.2% ต่อปี จะต้องเร่งตัวขึ้นเป็น 3.7% ต่อปี หรือเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ผ่านการอัดฉีดเงินลงทุนในเทคโนโลยี เครื่องจักร นวัตกรรม และการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยต้องอาศัยการเติบโตของตลาดเงิน ตลาดทุน และสินเชื่อในอัตราไม่ต่ำกว่า 4% ต่อปี เพื่อรองรับการปรับตัวครั้งใหญ่นี้

ชูบทบาทแบ่งงานตาม โมเดลทีมฟุตบอล

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ได้มีการเปรียบเทียบโครงสร้างการทำงานของประเทศเสมือน การเล่นฟุตบอลเป็นทีม หรือ 'Team of Thailand' โดยแบ่งบทบาทออกเป็น 3 กองหลัก ได้แก่ 

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย

กองหน้า ซึ่งหมายถึง ภาคเอกชนและภาคธุรกิจที่ทำหน้าที่วิ่งไปทำประตูสร้างรายได้ โดยนอกจากจะมุ่งเน้นใน 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Industry of the Future) แล้ว ยังต้องเร่งสร้าง 'Firm of the Future' หรือองค์กรแห่งอนาคตที่มี Productivity สูง มีกล้ามเนื้อทางเทคโนโลยีและ AI ขยายการเข้าถึงตลาดใหม่ บริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความยืดหยุ่นสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) 

ถัดมาคือ กองกลาง ได้แก่ สถาบันการเงินและธนาคาร ที่มีบทบาทในการจัดสรรทรัพยากรเงินทุนและสนับสนุนการปรับเปลี่ยนธุรกิจ (Finance Transformation) เพื่อส่งต่อโอกาสไปยังภาคส่วนที่มีศักยภาพ 

และ กองหลัง ได้แก่ ภาครัฐ ที่ต้องทำหน้าที่ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงกฎระเบียบ (Regulation) ให้เอื้อต่อการทำธุรกิจ สร้างแรงงานแห่งอนาคต (Workforce of the Future) 

ทุกส่วนต้องกำหนด KPI ดันจีดพีโต 5%

นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนจะต้องมีตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ในตำแหน่งของตนเอง ก่อนจะนำมารวมกันเป็นตัววัดระดับประเทศ (Country KPI) ซึ่งครอบคลุมทั้งตัวเลข GNI ต่อหัวที่มากกว่า 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตของ Real GDP เกิน 5%Productivity ที่เพิ่มขึ้น 3 เท่า ยอดขายจากการขยายตลาดใหม่ ความแข็งแกร่งของระบบการเงิน และประสิทธิภาพของกฎหมาย 

พร้อมเสริมตัววัดสำคัญอีก 2 มิติ คือ การลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งหากทำได้สำเร็จ รูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบ K-Shaped Recovery ที่เคยมีความเหลื่อมล้ำจะหายไป เปลี่ยนเป็นการเติบโตแบบขยับขึ้นไปด้วยกันทั้งระบบ ทั้งภาคธุรกิจรายใหญ่ รายย่อย และประชาชนทุกระดับชั้น

“การพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย คือการที่ทุกคนในประเทศทำหน้าที่ในตำแหน่งของตัวเองอย่างเต็มกำลังและร่วมมือกันเป็นทีมที่มีเป้าหมายชัดเจน โดยผู้ที่ไม่ได้ลงเล่นในสนามก็สามารถร่วมส่งเสียงเชียร์และสนับสนุนทีมชาติไทยให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดไปสู่น่านฟ้าใหม่ได้สำเร็จ”