thansettakij
thansettakij
มูลนิธิกสิกรไทยจับมือผู้นำเอเชีย ดันเงินการกุศล 3.9 ล้านล้านบาท

มูลนิธิกสิกรไทยจับมือผู้นำเอเชีย ดันเงินการกุศล 3.9 ล้านล้านบาท

19 ต.ค. 69 | 07:31 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ต.ค. 69 | 07:31 น.

มูลนิธิกสิกรไทยผนึกคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย จัดเวทีคู่ขนานประชุม IMF–World Bank 2026 เผยเงินบริจาคภูมิภาค 3.9 ล้านล้านบาท เชื่อมทุนการกุศลกับการพัฒนาประเทศและความยั่งยืน

KEY

POINTS

  • มูลนิธิกสิกรไทยร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย จัดเวทีประชุมเพื่อวางทิศทางและผลักดันความร่วมมือด้านการกุศลในภูมิภาค
  • เปิดเผยรายงานที่ชี้ว่าเงินบริจาคในภูมิภาคเอเชียมีศักยภาพสูงถึง 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.9 ล้านล้านบาท
  • มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนด้านนวัตกรรม ทรัพยากรมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม

มูลนิธิกสิกรไทยผนึกคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย จัดเวทีระดับสูงคู่ขนานประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระดมผู้นำกว่า 100 คน ร่วมวางทิศทางอนาคตการกุศลเอเชีย เผยเงินบริจาคในภูมิภาคมีมูลค่า 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.9 ล้านล้านบาท พร้อมผลักดันความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สร้างผลลัพธ์ด้านนวัตกรรม ทรัพยากรมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย (The Commission on Asian Philanthropy) จัดงาน “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ในฐานะงานคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการกุศลในเอเชีย และเชื่อมโยงเงินทุนเพื่อสังคมเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ

งาน “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

งานดังกล่าวมีผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำด้านการพัฒนาระดับโลก ผู้บริหารองค์กรการกุศล และภาคธุรกิจกว่า 100 คนเข้าร่วม แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาระบบนิเวศการกุศลที่เชื่อมโยงความร่วมมือจากระดับประเทศสู่ระดับภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

เปิดรายงานชี้ศักยภาพเงินบริจาคเอเชีย 3.9 ล้านล้านบาท

ภายในงานมีการเปิดตัวรายงานฉบับเฉพาะกาล (Interim Report) ของคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย ฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งนำเสนอข้อมูลศักยภาพของเงินทุนเพื่อการกุศลในภูมิภาค ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศและเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนผู้กำหนดนโยบายและองค์กรการกุศลของไทยในการเชื่อมโยงเงินบริจาคกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การเปิดตัวรายงานฉบับเฉพาะกาล (Interim Report) ของคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย ฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ

รายงานระบุว่า จากการประมาณการของคณะกรรมาธิการฯ เงินบริจาคภายในเขตอำนาจรัฐที่อยู่ในขอบเขตการศึกษามีมูลค่ารวมสูงถึง 190,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.9 ล้านล้านบาท ในปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงขนาดของทรัพยากรที่สามารถนำมาต่อยอดการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจได้ หากมีระบบสนับสนุนและกลไกความร่วมมือที่เหมาะสม

รองนายกฯ ชูทุนการกุศลต่อยอดงานรัฐ พัฒนาคนและชุมชน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงความต้องการด้านการพัฒนาของประเทศ โดยเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและการพัฒนาชุมชนฐานราก ซึ่งเป็นประเด็นที่เงินทุนภาคเอกชนสามารถเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐให้ขยายผลได้มากขึ้น

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

จุดแข็งของเงินทุนเพื่อการกุศลอยู่ที่ความยืดหยุ่นและการมุ่งเน้นผลลัพธ์ระยะยาว ขณะที่สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และหน่วยงานด้านนวัตกรรมสามารถทำหน้าที่เชื่อมโยงเงินสนับสนุนกับการพัฒนาบุคลากรและการสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาที่นำไปขยายผลในวงกว้างได้

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย กล่าวว่า เจตนารมณ์ที่ดีจะสร้างผลลัพธ์ได้กว้างไกลยิ่งขึ้นเมื่อมีระบบที่เหมาะสมรองรับ โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิกสิกรไทยกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย เป็นการนำองค์ความรู้ระดับภูมิภาคมาเชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทย พร้อมใช้ศักยภาพและเครือข่ายที่สั่งสมมาเพื่อร่วมแก้ไขความท้าทายสำคัญของสังคมไทย

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย

ผู้นำการกุศลเอเชียชี้ ต้องใช้เครือข่ายสร้างผลลัพธ์มากกว่าเงินทุน

ดร.กาเบรียล เหลียง ผู้อำนวยการ Institute of Philanthropy และนายอิชิโร คาบาซาวะ กรรมการบริหารมูลนิธินิปปอน ในฐานะประธานร่วมของคณะกรรมาธิการฯ เน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักฐานเชิงประจักษ์และเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งสามารถช่วยยกระดับการประสานงานและการลงมือปฏิบัติขององค์กรการกุศลทั่วเอเชีย

น “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

ขณะที่ ดร.เซียว ลี่หมิง เลขาธิการ Tencent Charity Foundation นำเสนอแนวทางใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงชุมชนและลดต้นทุนการประสานงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสังคมในระยะยาว ผ่านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และองค์กรทางสังคม

ชู “น่านแซนด์บอกซ์” ต้นแบบเชื่อมฟื้นฟูป่ากับเศรษฐกิจชุมชน

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณธนาคารกสิกรไทย นำเสนอโมเดล “น่านแซนด์บอกซ์” (Nan Sandbox) ซึ่งสะท้อนแนวทางการนำความเชี่ยวชาญของภาคธุรกิจมาประสานความร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น โดยเชื่อมโยงการฟื้นฟูผืนป่าเข้ากับการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน การศึกษาของเยาวชน และการดูแลสุขภาพของชุมชน

โมเดลดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ โดยมีศักยภาพที่จะนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ

น “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ เวทีเสวนาระดับสูงยังมีนายอาร์ตูโร ฟรังโก ผู้อำนวยการสำนักงานกลยุทธ์กลุ่มธนาคารโลก ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) นาย NG Boon Heong กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิเทมาเส็ก และนาง Siti Kamariah Ahmad Subki กรรมการผู้จัดการและทรัสตีมูลนิธิยาซัน ฮาซานาห์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า คุณค่าของงานการกุศลไม่ได้จำกัดอยู่ที่การให้เงินทุน แต่ยังรวมถึงการนำทรัพยากรที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น เครือข่ายภาคธุรกิจและความไว้วางใจจากชุมชน มาใช้ประสานทรัพยากรและสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ

การขยายผลโครงการนำร่องในระดับท้องถิ่นให้กลายเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงระบบอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ชุมชน และภาครัฐตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมวางแผนจัดหาเงินทุนระยะยาวที่สามารถดำเนินการได้จริง

ธนาคารโลกจับมือมูลนิธิกสิกรไทยนำร่องบัญชีทุนธรรมชาติจังหวัดน่าน

นายเฉิน กว่างเจ๋อ รองประธานฝ่าย Planet กลุ่มธนาคารโลก กล่าวปิดท้ายถึงความร่วมมือระหว่างธนาคารโลก มูลนิธิกสิกรไทย และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในการนำร่องจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting) ในจังหวัดน่าน

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทของงานการกุศลในการทดลองแนวทางใหม่ สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน และพัฒนาหลักฐานเชิงประจักษ์ที่จำเป็นต่อการดึงดูดเงินทุนจากภาครัฐและเอกชนในวงกว้างขึ้น

น “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพของเงินทุนเพื่อการกุศล เครือข่ายภาคธุรกิจ และความร่วมมือระดับภูมิภาคเข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเปลี่ยนทรัพยากรและเจตนารมณ์เพื่อสังคมให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในระยะยาว