
ทีทีบีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.30-33.80 บาท จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ดอกเบี้ยเฟด
ทีทีบีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อ CPI-PPI ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยเฟด ท่ามกลางแรงหนุนดอลลาร์ จากราคาน้ำมัน-ภูมิรัฐศาสตร์
KEY
POINTS
- ทีทีบีคาดการณ์ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
- ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI, PPI) ยอดค้าปลีก และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- แม้ตลาดคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยหลังตลาดแรงงานชะลอตัว แต่ราคาน้ำมันที่สูงและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์และจำกัดการแข็งค่าของเงินบาท
ทีทีบีประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI-PPI และยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ชี้ตลาดยังให้น้ำหนักเฟดคงดอกเบี้ยปลายเดือนตุลาคม หลังตลาดแรงงานชะลอตัว แต่ราคาน้ำมันสูงและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หนุนดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ประเมินว่า ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีระดับอ้างอิงอยู่ที่ประมาณ 33.56 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ภาวะตลาดแรงงาน และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ซึ่งยังมีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดการเงินโลก
ตลาดการเงินยังให้น้ำหนักกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจทรงตัวในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน (Higher for Longer) แม้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมช่วงปลายเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 83% หลังสัญญาณตลาดแรงงานเริ่มสะท้อนการชะลอตัวชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5.24% ณ วันที่ 9 ตุลาคม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ พร้อมเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
จับตาตลาดแรงงานสหรัฐฯ ชะลอตัว แต่ยังไม่หดตัว
สัญญาณชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ สะท้อนจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls: NFP) เดือนกันยายน เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 89,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.2% และการเติบโตของค่าจ้างเฉลี่ยชะลอลงเหลือ 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนจากสถาบัน ADP ยังสะท้อนการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานเฉลี่ย 23,750 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัว (Slowdown) มากกว่าหดตัว (Contraction) ทำให้ตลาดยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลด เงินเฟ้อคาดการณ์เพิ่ม
ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ดัชนีของมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนตุลาคมลดลงสู่ระดับ 46.3 จาก 48.1 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะ 1 ปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.7% และระยะ 5 ปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.5% สะท้อนความกังวลต่อค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจกดดันกำลังซื้อของครัวเรือนในระยะต่อไป
เงินเฟ้อ-ยอดค้าปลีกชี้ทิศทางดอลลาร์ จำกัดเงินบาทแข็งค่า
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ทีทีบีประเมินว่าการแข็งค่าของเงินบาทยังมีข้อจำกัด จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ
หากตัวเลขออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานมากขึ้น และเป็นแรงหนุนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าได้จำกัด โดยต้องติดตามทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ราคาพลังงาน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด







