thansettakij
thansettakij
คลังรื้อภาษีเดินทางต่างประเทศ เก็บทุกสัญชาติ 1,000 บาท

คลังรื้อภาษีเดินทางต่างประเทศ เก็บทุกสัญชาติ 1,000 บาท/เที่ยวบิน

07 ต.ค. 69 | 02:19 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 69 | 02:26 น.

คลังรื้อภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ชงเก็บทุกสัญชาติ 1,000 บาทต่อเที่ยวบิน เพดาน 5,000 บาท เปิดรับความเห็นถึง 29 ต.ค.นี้

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเตรียมรื้อฟื้น "ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ" โดยจะจัดเก็บจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ไม่ใช่แค่คนไทย
  • ระยะแรกจะเริ่มเก็บเฉพาะผู้ที่เดินทางทางอากาศในอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง โดยมีเพดานภาษีสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท
  • การจัดเก็บภาษีจะทำโดยสายการบินหรือตัวแทนจำหน่ายที่จะเรียกเก็บพร้อมกับค่าตั๋วโดยสาร
  • จะมีการยกเว้นภาษีสำหรับผู้เดินทางบางประเภท เช่น เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี และผู้ที่เดินทางทางบกและทางน้ำในระยะแรก

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังรายงานว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากร จะเดินหน้าศึกษาจัดเก็บ “ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร” จากผู้เดินทางทุกสัญชาติ เตรียมเปิดทางจัดเก็บระยะแรกเฉพาะผู้เดินทางออกนอกประเทศทางอากาศในอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง กำหนดเพดานภาษีไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง พร้อมยกเว้นผู้เดินทางบางประเภทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 

โดยมอบหมายกรมสรรพากรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หวังเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารทรัพยากรของรัฐและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง

ทั้งนี้ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... ครั้งที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.- 29 ต.ค.2569 ซึ่งมีหลักการสำคัญแตกต่างจากระบบภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ประเทศไทยเคยใช้ในอดีต

สาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือ การกำหนดให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติมีหน้าที่เสียภาษีทุกครั้งที่เดินทางออกจากประเทศไทย เว้นแต่จะเข้าหลักเกณฑ์ได้รับยกเว้นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยในระยะแรกจะจัดเก็บเฉพาะการเดินทางทางอากาศ ในอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง และกำหนดเพดานภาษีไว้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง

เปิดทางเก็บภาษีผู้เดินทางทุกสัญชาติ

ทั้งนี้ ในเอกสารการเปิดรับฟังความคิดเห็น ระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กระทรวงการคลังจึงมอบหมายให้กรมสรรพากรพิจารณาการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ

หลักการดังกล่าวแตกต่างจากกฎหมายเดิม ซึ่งเคยจัดเก็บภาษีจากผู้มีสัญชาติไทยและคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์ในขณะนั้นเพื่อป้องกันการนำเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศมากเกินสมควร ตลอดจนรักษาดุลการชำระเงินของประเทศ

ประเทศไทยเคยประกาศใช้พระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2526 กำหนดอัตราภาษีการเดินทางทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท และการเดินทางทางบกหรือทางน้ำครั้งละ 500 บาท

ต่อมามีการยกเว้นภาษีสำหรับการเดินทางทางบกและทางน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 และยกเว้นภาษีสำหรับการเดินทางทางอากาศตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2534 ทำให้การจัดเก็บภาษีดังกล่าวตามระบบเดิมไม่ได้ดำเนินต่อไปในลักษณะเดียวกับช่วงแรก

สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่ จะขยายหลักการจัดเก็บให้ครอบคลุมผู้เดินทางทุกสัญชาติ โดยให้อัตราภาษีเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรหนึ่งครั้ง

เฟสแรกเก็บเฉพาะทางอากาศ 1,000 บาท

ในช่วงเริ่มต้น ร่างกฎหมายกำหนดให้จัดเก็บภาษีเฉพาะผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทางอากาศในอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง ขณะที่ผู้เดินทางออกนอกประเทศทางบกและทางน้ำจะได้รับยกเว้นภาษีในระยะแรก

สำหรับการเดินทางทางอากาศ ผู้เดินทางบางประเภทจะได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์เดียวกับการยกเว้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก หรือ Passenger Service Charge (PSC) โดยครอบคลุมบุคคลและกลุ่มที่กำหนดไว้ในร่างหลักการ เช่น พระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ตามที่ระบุ รวมถึงผู้ติดตามในขบวนเสด็จ สมเด็จพระสังฆราชและผู้ติดตาม ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศและผู้ติดตาม ตลอดจนราชอาคันตุกะและอาคันตุกะของรัฐบาลพร้อมผู้ติดตาม

นอกจากนี้ ยังรวมถึงเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี คณะผู้ตรวจขององค์การห้ามอาวุธเคมี ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยอากาศยานของราชการไทยหรือราชการต่างประเทศ หรืออากาศยานอื่นที่ใช้ในภารกิจราชการ ตลอดจนผู้โดยสารผ่านระหว่างประเทศที่ไม่ได้ออกจากบริเวณห้องผู้โดยสารผ่าน และผู้โดยสารผ่านที่จำเป็นต้องพักอยู่ภายในสนามบินเพื่อเปลี่ยนเครื่องตามเงื่อนไขที่กำหนด

ส่วนผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการขนส่ง ซึ่งเดินทางโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารและเดินทางออกนอกประเทศตามหน้าที่การงานของผู้ประกอบกิจการขนส่งที่ตนสังกัด จะไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีตามหลักการของร่างกฎหมาย

ให้สายการบินหรือตัวแทนเก็บพร้อมค่าตั๋ว

ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้เดินทางชำระภาษีก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบกิจการขนส่งคนโดยสารระหว่างประเทศหรือตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารจะเป็นผู้เรียกเก็บภาษีพร้อมกับค่าโดยสาร

อย่างไรก็ตาม กรณีผู้เดินทางไม่ได้ซื้อบัตรโดยสาร ไม่ได้ชำระค่าโดยสารผ่านผู้ประกอบกิจการขนส่งหรือตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร รวมถึงกรณีไม่มีการออกบัตรโดยสารหรือไม่มีการเรียกเก็บค่าโดยสาร ผู้เดินทางจะต้องชำระภาษีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายไม่ได้มีเพียงผู้เดินทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบกิจการขนส่งคนโดยสารระหว่างประเทศ ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร ผู้ดำเนินการท่าอากาศยาน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมท่าอากาศยาน และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมหน่วยงานภาคเอกชนและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน การขนส่ง และการท่องเที่ยว ซึ่งอาจต้องปรับกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับระบบจัดเก็บภาษีใหม่ หากร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้

กำหนดเบี้ยปรับ 2 เท่า เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน

ในส่วนของการบังคับใช้ ร่างกฎหมายกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินและเรียกเก็บภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม รวมถึงมีอำนาจออกหมายเรียกหรือคำสั่ง และตรวจค้นหรือยึดบัญชี เอกสาร ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขของกฎหมาย

กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผู้เกี่ยวข้องไม่ชำระภาษีตามกำหนด ร่างหลักการกำหนดเบี้ยปรับเป็นจำนวน 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียหรือที่ต้องชำระหรือนำส่ง และกำหนดเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ค้างชำระ โดยไม่รวมเบี้ยปรับ

นอกจากนี้ ยังมีบทลงโทษกรณีหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษี เช่น การแจ้งข้อความหรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ การแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือการใช้วิธีการอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ตลอดจนกรณีขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยอาจใช้มาตรการปรับเป็นพินัยตามกรณี

สำหรับระยะเวลาการบังคับใช้ ร่างกฎหมายกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมระบุว่า หากผู้เดินทางซื้อบัตรโดยสารก่อนวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ จะไม่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายฉบับใหม่นี้ แม้จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรตั้งแต่วันเริ่มมีผลบังคับใช้หรือภายหลังจากนั้นก็ตาม