thansettakij
thansettakij
Krungthai COMPASS คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี 69 จับตา Twin Deficit ไทย

Krungthai COMPASS คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี 69 จับตา Twin Deficit ไทย

27 ส.ค. 69 | 08:48 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 08:48 น.

Krungthai COMPASS คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี 2569 เตือนเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวและ Twin Deficit เสี่ยงกดดันเงินบาทอ่อนค่า เพิ่มต้นทุนนำเข้าพลังงาน

KEY

POINTS

  • Krungthai COMPASS คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตลอดปี 2569 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพและการฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
  • เตือนให้จับตาความเสี่ยงจากภาวะขาดดุลแฝด (Twin Deficit) คือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและขาดดุลงบประมาณพร้อมกัน ซึ่งอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าในระยะยาว
  • แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะลดลง แต่เงินเฟ้อพื้นฐานกลับเร่งตัวขึ้นและอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม

Krungthai COMPASS คาด กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปี 2569 หลังเศรษฐกิจไทยยังโตต่ำกว่าศักยภาพและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง พร้อมเตือน 2 ความเสี่ยงสำคัญ ทั้งเงินเฟ้อพื้นฐานที่เร่งตัวและอาจค้างสูงนานกว่าคาด และภาวะ Twin Deficit ที่อาจกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าในระยะยาว

เงินเฟ้อทั่วไปลดเร็ว แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังเร่งตัว

Krungthai COMPASS ประเมินว่า กนง.มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ต่อปีตลอดปี 2569 ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง โดยระยะข้างหน้ามีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะทิศทางเงินเฟ้อและเสถียรภาพด้านต่างประเทศ

แม้ภาพรวมเงินเฟ้อไทยเริ่มปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค โดยเดือนกรกฎาคม 2569 เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 2.89% ในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในรอบนี้ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยด้านอุปทานที่มีลักษณะชั่วคราว โดยเฉพาะราคาพลังงานโลกที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

เตือนเงินเฟ้อพื้นฐานหนืด หากค้างสูงนาน อาจทำเงินเฟ้อสูงกว่าคาด

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐานกลับพบสัญญาณที่ต้องจับตา โดยเงินเฟ้อพื้นฐานของไทยเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1.34% เร่งขึ้นจาก 0.83% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค

Krungthai COMPASS มองว่า การเร่งตัวของเงินเฟ้อพื้นฐานสะท้อนต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบต้นน้ำที่เริ่มทยอยส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในหมวดอื่น แม้แรงกดดันจากราคาพลังงานโดยตรงจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม

ประเด็นที่ต้องระวังคือ หากเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งมีความหนืดอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เงินเฟ้อโดยรวมค้างอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ และลดพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในอนาคต

Twin Deficit ความเสี่ยงใหม่กดดันเงินบาท

อีกประเด็นที่ Krungthai COMPASS จับตาคือความเสี่ยงจากภาวะ Twin Deficit หรือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลงบประมาณพร้อมกัน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค

ล่าสุดนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2569 โดยคาดว่าจะเกินดุลเพียง 1.2% ของ GDP ลดลงจากเดิม หลังไทยเผชิญการขาดดุลด้านพลังงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัวตามกระแส AI และการลงทุนภาคเอกชนระลอกใหม่

งบประมาณขาดดุล 4.35% ต่อ GDP เพิ่มแรงกดดันเงินบาทระยะยาว

ขณะเดียวกัน คาดการณ์ดุลงบประมาณยังขาดดุลในระดับ 4.35% ของ GDP ณ เดือนสิงหาคม 2569 ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มเผชิญภาวะขาดดุลสองด้านพร้อมกันมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะยาว เนื่องจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสะท้อนความต้องการเงินตราต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การขาดดุลงบประมาณสะท้อนแรงกดดันจากฐานะการคลัง

หากเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่อง จะส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ซึ่งอาจย้อนกลับมาเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในประเทศได้อีกทางหนึ่ง

ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม ท่ามกลางเศรษฐกิจฟื้นไม่ทั่วถึง

ภาพรวมจึงทำให้ Krungthai COMPASS มองว่า การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ยังเป็นระดับที่เหมาะสมในระยะนี้ แม้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ แต่ยังมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อพื้นฐานและค่าเงินบาทที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งจากการลงทุนในเทคโนโลยีและ AI แต่การเติบโตดังกล่าวยังไม่กระจายตัวทั่วถึง ขณะที่ต้นทุนการนำเข้าและความเสี่ยงจาก Twin Deficit อาจกลายเป็นข้อจำกัดต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า