
ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 113 จุด เงินเฟ้อสหรัฐฯ กดดัน ลุ้นสัญญาณเฟด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลบ 113 จุด เงินเฟ้อไม่ลงตามคาด ฉุดความหวังลดดอกเบี้ย หลัง PCE สหรัฐอเมริกา สูงเกินคาด นักลงทุนชะลอซื้อ รอผล Nvidia
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดลบ 113.52 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
- ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 3.7% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
- นักลงทุนกำลังจับตาสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (26 ส.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าคาด
ขณะที่นักลงทุนจำนวนมากชะลอการซื้อขายก่อนที่บริษัท Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ จะเปิดเผยผลประกอบการ
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,463.88 จุด ลดลง 113.52 จุด หรือ -0.21%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,675.70 จุด ลดลง 1.58 จุด หรือ -0.02%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,130.20 จุด ลดลง 21.10 จุด หรือ -0.08%
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วน (PCE) ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนมิ.ย.
ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (FED) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 3.3% เช่นกันในเดือนมิ.ย.
ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดอาจสร้างความท้าทายให้กับเฟด และทำให้นักลงทุนหันไปจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด ก่อนที่การประชุมเฟดครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 15-16 ก.ย.
นักลงทุนคาดเฟดลดดอกเบี้ยเดือนก.ย.
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 40% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. เทียบกับระดับ 36% ก่อนที่จะมีการเปิดเผยดัชนี PCE
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลง 1.01% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.7% ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมทำผลงานได้ดีที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.07% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้น 0.47%
หุ้น Nvidia ปรับตัวลง 1.6% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาด ขณะที่หุ้น CrowdStrike ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ดีดตัวขึ้น 2% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาดเช่นกัน
หุ้น Moderna ร่วงลง 5.8% หลังจากที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งในวันอังคาร อันเนื่องมาจากความสำเร็จในการทดลองยารักษาโรคมะเร็งชนิด mRNA ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท Merck โดยยาดังกล่าวสามารถลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (melanoma)
หุ้น Meta ดีดตัวขึ้นกว่า 1% หลังบริษัทบรรลุข้อตกลงยุติคดี ภายหลังจากที่ถูกฟ้องในหลายรัฐเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า แพลตฟอร์มของบริษัททำให้ผู้ใช้งานเกิดการเสพติดโซเชียลมีเดีย
หุ้น Intuit ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ TurboTax ร่วงลง 3.2% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้รายปีที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 1.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนก.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมิ.ย.







