thansettakij
thansettakij
ความเห็นนักธุรกิจ กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย

นักธุรกิจ ยันไม่พอขอ ‘ลดดอกเบี้ยนโยบาย’ ต่ำกว่า 1% ปลดล็อกหนี้-ฟื้นเศรษฐกิจ

26 ส.ค. 69 | 10:00 น.

นักธุรกิจเอกชน ชี้ดอกเบี้ยนโยบาย 1% ยังลดได้อีก หลัง กนง.มติคงเอาไว้เท่าเดิม หวังลดภาระหนี้ครัวเรือนที่พุ่งกว่า 80% จี้แบงก์ลดดอกเบี้ยกู้จริง ช่วย SMEs ด้านอสังหาฯ มอง คงดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำแล้ว

KEY

POINTS

  • ภาคธุรกิจยานยนต์เรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงต่ำกว่า 1% เพื่อช่วยลดภาระหนี้ภาคครัวเรือนและกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • การลดดอกเบี้ยถูกมองว่าจะช่วยให้ลูกหนี้มีเงินเหลือสำหรับชำระคืนเงินต้นได้มากขึ้น และกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจ SMEs
  • ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำแล้ว และมองว่าการเข้าถึงสินเชื่อเป็นปัญหาที่สำคัญกว่าการลดดอกเบี้ย

กรณี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเติบโตในระดับต่ำและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 

ล่าสุด นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดยมองว่ายังสามารถลดดอกเบี้ยลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้อีก และจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ของ GDP

นายสุรพงษ์กล่าวว่า แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่ดูเหมือนลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนสามารถชำระคืนเงินต้นได้สำเร็จ เพราะส่วนหนึ่งเกิดจาก GDP ไทยที่ขยายตัวต่ำ และการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ลดลงอย่างมาก ดังนั้น การแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระการจ่ายดอกเบี้ย ทำให้มีเงินเหลือไปตัดเงินต้นและช่วยให้หนี้ลดลงได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ แม้การคงดอกเบี้ยที่ 1% อาจสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ในภาวะที่ประชาชนมีภาระหนี้สูงและการลงทุนยังน้อย การเร่งให้เศรษฐกิจเติบโตจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงินว่าลูกหนี้จะมีรายได้และความสามารถชำระหนี้เพิ่มขึ้น หากเศรษฐกิจโตต่ำต่อเนื่อง ธนาคารก็จะยิ่งเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะ SMEs ที่กำลังเผชิญปัญหาการเข้าถึงสินเชื่ออย่างหนัก

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1% เป็นเพียงอัตรากู้ยืมข้ามคืนระหว่างธนาคาร หรือ Overnight Interbank Rate จึงไม่ได้สะท้อนต้นทุนดอกเบี้ยที่ประชาชนและภาคธุรกิจกู้จริง ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงกว่า ดังนั้น หากธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถกำกับดูแลให้สถาบันการเงินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จริงลงได้ จะเป็นอีกช่องทางสำคัญในการปลดล็อกภาระหนี้และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

อสังหาฯ มอง คงดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำแล้ว

ด้านนายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่า การที่กนง. ตัดสินใจคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน หรือที่1% ไม่ได้มองว่าเป็นข่าวลบ เพราะดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำแล้ว  ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญกว่าการลดลงอีก 0.25% คือการทำให้ดอกเบี้ยที่อยู่ในระบบสามารถส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริง และทำให้คนที่มีศักยภาพในการซื้อบ้านสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ 

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ คิดว่าต้องมองให้กว้างกว่าตัวเลขยอดโอน เพราะอสังหาริมทรัพย์มี Economic Multiplier ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหลายภาคส่วน ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง เหล็ก ปูนซีเมนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้รับเหมา การจ้างงาน ไปจนถึงภาคการเงิน 

ดังนั้น หากทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมาหมุนได้ ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยเฉพาะ ผู้ประกอบการ แต่เงินจะไหลต่อไปยังผู้รับเหมา Supplier SME โรงงานผลิตวัสดุ และแรงงาน ซึ่งจะช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในวงกว้าง 

“มองว่าไม่ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลง หรือคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์มีทั้งข้อดีและข้อที่ต้องพิจารณา แต่สิ่งที่อยากเน้นคือ วันนี้เราไม่ควรมองว่าการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวจะเป็นยาวิเศษที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นทันที เพราะปัญหาของตลาดในปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย”