
เอเซีย พลัส ชี้น้ำมันร่วง 3.9% หลังฮอร์มุซคืบหน้า จับตา กนง.คงดอกเบี้ย 1%
เอเซีย พลัสชี้ เจรจาฮอร์มุซคืบหน้ากดน้ำมัน Brent ร่วง 3.9% จับตา Jackson Hole-งบ NVIDIA คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% เตือนแรงขายหลัง Thailand Focus และ “อาถรรพ์เดือน 9” แนะ Selective Buy
KEY
POINTS
- สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลายหลังอิหร่านและโอมานเจรจาเส้นทางเดินเรือชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 3.9%
- ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานสูง เช่น สายการบินและโรงไฟฟ้า
- บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00%
บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดหุ้นโลกเริ่มคลายกังวลตะวันออกกลาง หลังอิหร่าน-โอมานเดินหน้าเจรจาจัดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวในช่องแคบฮอร์มุซ กดราคาน้ำมัน Brent ร่วง 3.9% เหลือ 88.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จับตา Jackson Hole และงบ NVIDIA ขณะที่ กนง.มีโอกาสคงดอกเบี้ย 1% พร้อมเตือนแรงขายรอยต่อ Thailand Focus และ “อาถรรพ์เดือน 9” แนะ Selective Buy รับความผันผวน
ฮอร์มุซคลายตึงเครียด น้ำมันดิ่ง 3.9% ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ
บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมตลาดหุ้นโลกว่า สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลงชั่วคราว หลังอิหร่านและโอมานเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อจัดตั้ง “เส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราว” ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ส่งทูตพิเศษเข้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อสนับสนุนการเจรจา
ความคืบหน้าดังกล่าวช่วยลดความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงแรง 3.9% มาอยู่ที่ 88.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นที่มีต้นทุนพลังงานสูง โดยเฉพาะกลุ่มสายการบิน โรงไฟฟ้า และท่องเที่ยว
เอเซีย พลัส ระบุว่า การเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเพื่อผลักดันเส้นทางเดินเรือชั่วคราว ถือเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยง Supply Disruption และทำให้ตลาดลดความกังวลว่าการขนส่งทางทะเลและการค้าพลังงานโลกจะหยุดชะงัก
นอกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแล้ว ตลาดการเงินและตลาดทุนสหรัฐฯ ยังปรับตัวขึ้นเล็กน้อยราว 0.3-0.7% ตามการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ราว 1.4-1.5%
จับตา Jackson Hole 28 ส.ค. ลุ้นสัญญาณประธาน Fed คนใหม่
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามการประชุม Jackson Hole ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ซึ่ง Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ จะกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรก โดยตลาดจับตาสัญญาณเกี่ยวกับเงินเฟ้อ สภาพคล่อง และทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะถัดไป
เอเซีย พลัสระบุว่า สถิติย้อนหลังปี 2563-2568 สะท้อนว่าท่าทีของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole มีผลต่อตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปี 2565 ที่ Fed ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบ Hawkish อย่างชัดเจน ส่งผลให้ S&P 500 ปรับฐานลงถึง 10.3% ในช่วง 1 เดือนหลังงาน
จับตางบ NVIDIA คืนนี้ ชี้ Data Center ดันดีมานด์พลังงาน
สำหรับหุ้นเทคโนโลยี เอเซีย พลัสมองว่ามี 2 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม โดยเรื่องแรกคือผลประกอบการไตรมาส 2 ของ NVIDIA ซึ่งมีกำหนดประกาศหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในคืนนี้
Consensus คาด NVIDIA จะมีรายได้ 9.23 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 97% จากปีก่อน และกำไรต่อหุ้น (EPS) 2.09 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 99% หากผลประกอบการและ Guidance ไตรมาส 3 ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด จะเป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่ม AI Supply Chain และกลุ่ม Magnificent 7 ทั่วโลก
อีกหนึ่งธีมที่เอเซีย พลัสจับตาคือ Data Center ซึ่งการลงทุนของ Big Tech ที่เร่งตัวขึ้นทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้าในสหรัฐฯ
เอเซีย พลัสจึงมองว่า Bloom Energy หรือ BE03 มีโอกาสได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว เนื่องจากบริษัทพัฒนาเครื่องผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในพื้นที่โดยใช้ก๊าซธรรมชาติหรือก๊าซชีวภาพ โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตมากกว่า 100% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 300% พร้อมแนะนำเก็งกำไรผ่าน DR BE03
ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ เดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะชะลอลงเหลือ 3.6% จาก 3.7% ในเดือนก่อนหน้า หากเงินเฟ้อชะลอตัว อาจลดแรงกดดันต่อ Fed และส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง
เอเซีย พลัสคาด กนง.เอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1%
สำหรับตลาดหุ้นไทย เอเซีย พลัสประเมินว่า การประชุม กนง. ในช่วงบ่ายวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีโอกาสสูงที่คณะกรรมการจะมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00%
จากผลสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์และสถาบันการเงิน 23 ราย พบว่าทั้งหมดคาดการณ์ตรงกันว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม โดยเป็นการตัดสินใจในลักษณะ Wait and See เพื่อประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงทิศทางและจังหวะการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ก่อนพิจารณานโยบายการเงินไทยในระยะต่อไป
เตือนรอยต่อ Thailand Focus สู่ “อาถรรพ์เดือน 9”
เอเซีย พลัสยังเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังแรงขายในช่วงหลังงาน Thailand Focus 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ โดยสถิติย้อนหลังปี 2565-2568 พบว่า ระหว่างช่วงจัดงาน SET Index เคลื่อนไหวทรงตัวเฉลี่ย 0% และนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเฉลี่ย 741 ล้านบาท
หลังจบงาน 1 สัปดาห์ ตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.5% จากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศและเงินทุนต่างชาติที่ทยอยกลับเข้ามา แต่หลังจบงาน 1 เดือน ตลาดมักเผชิญแรงขายทำกำไร โดยต่างชาติขายสุทธิเฉลี่ย 6.7 พันล้านบาท และสถาบันในประเทศขายสุทธิเฉลี่ย 2.1 พันล้านบาท
ขณะที่สถิติเดือนกันยายนย้อนหลัง 10 ปี ระหว่างปี 2559-2568 พบว่าตลาดหุ้นโลก MSCI ACWI ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 1.16% ส่วน SET Index ติดลบเฉลี่ย 0.68% สะท้อนว่าตลาดมีโอกาสเผชิญแรงกดดันจากฤดูกาลและแรงขายทำกำไร
แนะ Selective Buy ชู DELTA-THAI-CENTEL รับตลาดผันผวน
จากภาพตลาดที่ยังขาดปัจจัยผลักดันระยะสั้น และมีความเสี่ยงเผชิญแรงขายในเดือนกันยายน เอเซีย พลัสแนะนำกลยุทธ์ “Selective Buy” โดยเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและราคายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
สำหรับหุ้นต่างประเทศ แนะนำ E1VFVN3001 ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการเตรียมนำเข้าคำนวณในดัชนี FTSE Russell Emerging Market วันที่ 21 กันยายน และ BE03 ที่ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของ Data Center ในสหรัฐฯ
ส่วนหุ้นไทย Top Picks ได้แก่
- DELTA ซึ่งคาดว่าผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตจากรายได้กลุ่ม AI และโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมามากจน Valuation เริ่มน่าสนใจ
- THAI ได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรง ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่มท่องเที่ยว
- CENTEL ซึ่งคาดว่าจะได้แรงหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ลดลง รวมถึงแนวโน้มกำไรที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4/2569
นอกจากนี้ เอเซีย พลัสแนะนำกระจายการลงทุนบางส่วนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความผันผวน เช่น GOLD19 และ DISNEY19 รวมถึงหุ้นไทยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีเงินปันผล ได้แก่ BBL, CPF และ BDMS







