
CMAN เปิดแผนรุก 2-3 ปี ขยายอินเดีย-อินโดนีเซีย หลังครึ่งปีโกยกำไร 256 ล้าน
CMAN โชว์กำไรครึ่งปี 2569 พุ่ง 7.6% แตะ 256 ล้าน รับรู้ดีลไลม์ มาสเตอร์ไตรมาส 3 ดันผลงานนิวไฮ พร้อมเปิดแผนรุก 2-3 ปี ขยายอินเดีย-อินโดนีเซีย
KEY
POINTS
- CMAN เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 256 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.6%
- ประกาศแผนรุกเชิงกลยุทธ์ระยะกลาง 2-3 ปี มุ่งขยายการลงทุนและฐานธุรกิจในประเทศอินเดียและอินโดนีเซีย
- การขยายธุรกิจมีเป้าหมายเพื่อเสริมกำลังการผลิตและขยายเครือข่ายลูกค้าในพื้นที่ยุทธศาสตร์
หม่อมหลวงจันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN ผู้ผลิตปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่องภายใต้แบรนด์ CHEMEMAN เปิดเผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,888 ล้านบาท ลดลง 4.6% มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 256 ล้านบาท เติบโต 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 40.1% จาก 36.6% ในงวดเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 907 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 84 ล้านบาท ลดลง 4.5% และ 21.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ไว้ได้ที่ 38.2% เพิ่มขึ้นจาก 37.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ผ่านวินัยการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเข้มงวดท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอก
รับรู้ดีลไลม์ มาสเตอร์ไตรมาส 3
บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนโดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้ผลเชิงบวกจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัท ไลม์ มาสเตอร์ จำกัด ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ประกอบกับแผนระยะสั้นที่เน้นประสิทธิภาพ การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัลเพื่อยกระดับกระบวนการทำงาน
การควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV) กว่า 90% ของจำนวนรถทั้งหมดภายในสิ้นปี 2569 ส่งผลให้เคมีแมนมั่นใจว่าปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่จะสามารถสร้างผลงานได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขยายลงทุนอินเดีย-อินโดนีเซีย
สำหรับแผนระยะกลาง 2-3 ปี มุ่งเน้นขยายฐานธุรกิจในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ อินเดีย และอินโดนีเซีย เพื่อเสริมกำลังการผลิตและขยายเครือข่ายลูกค้า รวมถึงแผนความยั่งยืนที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดด้วยการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ รวมเป็น 8.7 เมกะวัตต์ (MW) ครอบคลุมโรงงานในไทย และพร้อมขยายผลสู่ฐานการผลิตต่างประเทศ รวมทั้ง การทดลองใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตเพื่อลดการปล่อย CO2 ในระยะยาว
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่ด้วยเครือข่ายธุรกิจ การยอมรับในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น ส่งผลให้บริษัทมีแรงขับเคลื่อนทางธุรกิจที่มั่นคง และถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการขยายการลงทุน







