thansettakij
thansettakij
‘CMAN’ กำไร 361 ล้าน หลังต้นทุนต่ำ-ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

‘CMAN’ กำไร 361 ล้าน หลังต้นทุนต่ำ-ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

24 ก.พ. 2569 | 13:51 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.พ. 2569 | 13:51 น.

‘CMAN’ กำไร 361 ล้านบาท หลังต้นทุนต่ำ มีการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน จากการลงทุนหลายร้อยล้าน พร้อมเตรียมขยายธุรกิจ

KEY

POINTS

  • CMAN มีกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ 2 ปีติดต่อกัน แม้รายได้รวมจะลดลง
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรเติบโตมาจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานผ่านโครงการโซลาร์ฟาร์มและการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า
  • บริษัทสามารถลดต้นทุนทางการเงินลง 50 ล้านบาท และลดค่าใช้จ่ายภาษีลง 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลกำไร

หม่อมหลวงจันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) (CMAN) ผู้ผลิตปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่องภายใต้แบรนด์ CHEMEMAN เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,661 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปี 2567 

ทั้งนี้ รายได้ที่ลดลงเกิดจากราคาขายเฉลี่ยที่ต่ำลง และการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่กลุ่มบริษัทใช้ในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับทรงตัวได้ 

โดยมีปัจจัยหลักจากการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยการขยายการควบคุมห่วงโซ่อุปทานจากต้นน้ำไปยังปลายน้ำให้มากขึ้น ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์ม และการนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้ในกระบวนการขนส่ง

‘CMAN’ กำไร 361 ล้าน หลังต้นทุนต่ำ-ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

ด้านต้นทุนทางการเงินปรับลดลง 50 ล้านบาท จากหนี้สินที่ลดลง ค่าใข้จ่ายภาษีจ่ายลดลง 40 ล้านบาท จากการบริหารภาษีที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ปี 2568 เป็นจุดตั้งต้นของการก้าวสู่เฟสถัดไป เริ่มจากแผนการร่วมทุนกับ PT Citatah Tbk ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้ลงนามในสัญญาฯ ในปีที่แล้ว และแผนการลงทุนเพิ่มเติมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อขยายฐานการตลาดไปยังประเทศเป้าหมายหลัก“

นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนหลายร้อยล้านบาทเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดรับกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและกดดันราคาขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้เผชิญกับราคาขายอ่อนและตัวเงินบาทแข็งค่า แต่จากการวางแผนธุรกิจระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระแสเงินสดปรับตัวดีขึ้นและเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทสามารถบรรลุกำไรสุทธิ ปี 2568 จำนวน 361 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2 ปีติดต่อกัน 

สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดว่าตลาดจะขยายตัวในอัตราชะลอลง แต่บริษัทกลับมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการขยายธุรกิจ ด้วยโครงสร้างการเงินที่แข็งแรงมากขึ้นสำหรับการลงทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและตอกย้ำสถานะผู้นำอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมปูนไลม์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างชัดเจน