
เงินบาทอ่อน 33.14 บาท จับตา CPI สหรัฐฯ-ตะวันออกกลาง ต่างชาติขายหุ้น-บอนด์ไทย
เงินบาทปิด 33.14 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าตามแรงขายทองคำและดอลลาร์ฟื้น ต่างชาติขายหุ้น-บอนด์ไทย จับตา CPI สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง ฮอร์มุซ กรอบ 32.90-33.30 บาท
KEY
POINTS
- เงินบาทปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ระดับ 33.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจัยหลักเกิดจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการรอประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ
- นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยรวมมูลค่ากว่า 5.4 พันล้านบาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยเงินบาทปิดตลาดที่ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจาก 33.00 บาท ตามแรงขายทำกำไรทองคำและทิศทางสกุลเงินเอเชีย ขณะที่ดอลลาร์ฟื้นรับความกังวลตะวันออกกลาง-ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมแรงซื้อคืนปรับโพสิชันก่อนสหรัฐฯ เปิดตัวเลขเงินเฟ้อ ด้านต่างชาติขายสุทธิหุ้น 113 ล้านบาท และพันธบัตรไทย 5,365 ล้านบาท
เงินบาทอ่อนตามแรงขายทองคำ-ดอลลาร์ฟื้น
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ประกอบกับหลายสกุลเงินในเอเชียปรับตัวอ่อนค่าลง
ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวกลับมาบางส่วน ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงแนวโน้มการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่น่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในระยะเวลาอันใกล้ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังและเข้าถือครองดอลลาร์มากขึ้น
นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อคืนเพื่อปรับสถานะการลงทุน ก่อนตลาดรับรู้ข้อมูล อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ หรือ CPI เดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ต่างชาติขายหุ้น-บอนด์ไทยกว่า 5.4 พันล้าน
สำหรับทิศทางเงินทุนต่างชาติ หรือฟันด์โฟลว์ในตลาดไทย พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร โดยขายสุทธิหุ้นไทย 113 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทยสูงถึง 5,365 ล้านบาท สะท้อนแรงลดความเสี่ยงและการปรับสถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วงที่ตลาดกำลังจับตาปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
จับตา CPI สหรัฐฯ-ฮอร์มุซ กรอบเงินบาท 32.90-33.30 บาท
สำหรับแนวโน้มเงินบาทในวันพฤหัสบดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเบื้องต้นไว้ที่ 32.90-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังต้องติดตามปัจจัยสำคัญหลายด้าน ทั้งทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และพัฒนาการเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินยังให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ CPI เดือนกรกฎาคม ซึ่งจะประกาศในวันพุธ รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนกรกฎาคม ที่จะประกาศในวันพฤหัสบดี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจมีผลต่อการประเมินทิศทางดอลลาร์และค่าเงินบาทในระยะต่อไป







