thansettakij
thansettakij
เงินบาทอ่อน 5% รั้งอันดับ 3 เอเชีย ดัชนี REER ยังหนุนส่งออกไทย

เงินบาทอ่อน 5% รั้งอันดับ 3 เอเชีย ดัชนี REER ยังหนุนส่งออกไทย

10 ส.ค. 69 | 11:28 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 11:29 น.

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยเงินบาทอ่อนค่า 5% ติดอันดับ 3 ของเอเชีย จากแรงหนุนดอลลาร์แข็ง แต่ดัชนี REER ชี้สินค้าไทยยังรักษาความสามารถแข่งขันในตลาดโลก ตลาดจับตาทิศทางเฟดและเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

KEY

POINTS

  • เงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 5% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชีย
  • ดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง (REER) อ่อนค่าลงมากกว่าค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทย
  • ทิศทางของเงินบาทในอนาคตขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

เงินบาทอ่อนค่าราว 5% รั้งอันดับ 3 ในเอเชีย แต่ REER ยังสะท้อนความสามารถแข่งขันของสินค้าไทย ขณะที่ทิศทางเฟด ตัวเลข Nonfarm Payrolls และสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางค่าเงินระยะต่อไป โดยตลาดจับตาความเคลื่อนไหวเงินเยนหลังสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นร่วมมือแทรกแซงค่าเงิน 

เงินบาทอ่อนอันดับ 3 ของเอเชีย ดอลลาร์แข็งกดดัน 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนับจากต้นปีถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2568 พบว่า เงินบาทถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่อ่อนค่าค่อนข้างมากในภูมิภาค โดยอ่อนค่าลง -4.9% เป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค รองจากรูเปียะห์ อินโดนีเซีย ที่อ่อนค่ามากที่สุดที่ -6.9% และและรูปี อินเดีย อ่อนค่าลง -5.5%  ท่ามกลางภาวะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (Dollar Index) แข็งค่าขึ้น +1.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยอัตราแลกเปลี่ยนขยับจาก 31.55 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 มาอยู่ที่ 33.18 บาทต่อดอลลาร์ 

การเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลต่างๆ

ขณะที่กลุ่มสกุลเงินที่สามารถแข็งค่าขึ้นได้เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่ เงินหยวนของจีน  แข็งค่าขึ้น +3.5% เงินวอน เกาหลีใต้ แข็งค่าขึ้น +1.0% ดอลลาร์ สิงคโปร์ แข็งค่าขึ้น +0.2% และดองเวียดนาม แข็งค่าขึ้น +0.1% 

 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า  นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทโดยรวมถือว่า อ่อนค่า โดยอ่อนค่าลงมาราว -5% ซึ่งเป็นรองเพียง ฝั่งเงินรูปีของอินเดีย และเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซีย หลังทั้งสองสกุลเงินเผชิญแรงกดดันจากปัญหาแรงขายสินทรัพย์จากนักลงทุนต่างชาติ และประเด็นความเชื่อมั่นต่อการเมืองอินโดนีเซีย 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

REER ชี้ส่งออกไทยยังได้เปรียบ แม้เงินบาทอ่อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับบรรดาประเทศคู่ค้า เช่น เงินหยวนจีน ที่ในปีนี้ แข็งค่าขึ้นเกิน +3% ส่งผลให้ ความสามารถการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทยยังคงดีอยู่ ตามอานิสงส์การอ่อนค่าลงของเงินบาท โดยเฉพาะหากประเมินผ่าน ดัชนีเงินบาทที่แท้จริง (Real Effective Exchange Rate หรือ REER) ที่สะท้อนการอ่อนค่าลงของเงินบาทถึง -6.6% นับตั้งแต่ต้นปี เมื่อเทียบกับบรรดาสกุลเงินคู่ค้า ขณะที่เงินบาท อย่าง (USDTHB) กลับอ่อนค่าลงเพียง -5% 

และหากเทียบกับในปี 2568 จะยิ่งเห็นภาพความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยที่ได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าลงของเงินบาท เทียบกับบรรดาสกุลเงินคู่ค้าที่ชัดเจน โดยในปี 2025 นั้น แม้เงินบาท (USDTHB) จะทยอยแข็งค่าขึ้น แต่ในส่วนของดัชนีเงินบาทกลับอ่อนค่าลง ตามอานิสงส์ของอัตราเงินเฟ้อไทยที่อยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศคู่ค้า 

ส่วนในปี 2569 นั้น แม้ทั้งไทยจะเผชิญปัญหาเงินเฟ้อสูงไม่ต่างกันมากนัก แต่เงินบาทได้เผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่ามากกว่า จากผลกระทบโดยตรงจากการเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ ผลกระทบทางอ้อมของสงครามต่อการท่องเที่ยว รวมถึงแรงกดดันต่อราคาทองคำ ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเงินบาทไม่ต่างจากในปีก่อนหน้า 

จับตาเฟด-Nonfarm Payrolls ชี้ทิศทางเงินบาท

นายพูนกล่าวถึงแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB)ว่า ยังคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่  

ดังนั้นผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง 

ญี่ปุ่นแทรกแซงเยน สะเทือนตลาดเงินเอเชีย 

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิิจัยกสิกรไทย จำกัดกล่าวถึงกรณีที่่ทางการสหรัฐฯ ตัดสินใจร่วมมือกับทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนว่า ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก  โดยครั้งล่าสุดที่มีการร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่นในการแทรกแซงค่าเงินคือในปี 2554 แต่เป็นการทำตรงข้ามคือ ไม่ให้เงินเยนแข็งค่ามากเกินไป ที่ทำให้ลักษณะไม่ให้เยนอ่อนค่ามากเกินไปคือในปี 2541  

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิิจัยกสิกรไทย จำกัด

ความร่วมมือครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์รุนแรง เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างหนักในรอบ 40ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าเทียบกับยูโร ถือว่า อ่อนค่าทำสถิติใหม่ แม้ว่าทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงแล้ว แต่ก็เอาไม่อยู่  แต่หลังจากการเข้าแทรกแซงแล้ว ทำให้ปรามตลาดได้ จะเห็นว่าเยนแข็งค่ากลับมา ทำให้เงินสกุลอื่นๆแข็งค่าตาม รวมถึงเงินบาทของไทยด้วย จากแรงขายดอลลาร์ในตลาด 

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของค่าเงินเยนยังขึ้นกับว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ยช้าหรือเร็วแค่ไหน  สถานการณ์ตะวันออกกลางจะจบเร็วหรือไม่ เพราะตลาดยังกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาน้ำมันว่าจะปรับลดลงหรือไม่ และทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่  หากปัจจัยทั้ง 3 เรื่องที่เป็นปัจจัยกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงไม่เปลี่ยนไป แนวโน้มเงินเยนก็ยังทยอยอ่อนค่าได้อีก   

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,162 วันที่ 1 - 3 มกราคม พ.ศ. 2569