thansettakij
thansettakij
เงินบาทปิดตลาดที่ 33.06 บาท รับแรงซื้อหุ้น-บอนด์ไทยและราคาทองคำพุ่ง

เงินบาทปิดตลาดที่ 33.06 บาท รับแรงซื้อหุ้น-บอนด์ไทยและราคาทองคำพุ่ง

06 ส.ค. 69 | 11:22 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ส.ค. 69 | 11:22 น.

เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 6 สัปดาห์ แตะ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดที่ 33.06 บาท รับแรงซื้อหุ้น-บอนด์ไทยและราคาทองคำพุ่ง จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง

KEY

POINTS

  • เงินบาทปิดตลาดแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์
  • ปัจจัยหลักมาจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย
  • การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 33.06 บาท รับแรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย ราคาทองคำโลกปรับขึ้น ขณะที่ตลาดจับตาการเจรจาตะวันออกกลางและตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางค่าเงินระยะถัดไป

 

เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 6 สัปดาห์ แตะ 33.03 บาท รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า 

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดกล่าวว่า  เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าต่อเนื่องในวันนี้ โดยระหว่างวันแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.21 บาทต่อดอลลาร์ 

การแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย และได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก

ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐยังขาดปัจจัยใหม่มาสนับสนุน เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามพัฒนาการการเจรจาในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์

ฟันด์โฟลว์ต่างชาติหนุนเงินบาทแข็งค่า

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนค่าเงินบาท คือ กระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้าสินทรัพย์ไทย โดยในวันนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2,061 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทยอีก 8,136 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากฝั่งเงินทุนเคลื่อนย้าย

จับตาข้อมูลจีน-ตลาดแรงงานสหรัฐฯ

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในวันถัดไป คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ
  • การเคลื่อนไหวของเงินเยน
  • พัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • ตัวเลขการส่งออกเดือนกรกฎาคมของจีน
  • ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) และอัตราการว่างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ

ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเงินดอลลาร์และค่าเงินบาทในระยะสั้น รวมถึงการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงที่เหลือของปีนี้