
ค่าเงินบาทวันนี้ 11 ส.ค.69 เงินบาทเปิด 32.99 บาท ยังแข็งค่าเล็กน้อย
เงินบาทเปิด 32.99 บาทต่อดอลลาร์ จับตาตะวันออกกลาง-ราคาน้ำมันพุ่ง กดดันตลาดเอเชีย ขณะที่ CPI สหรัฐฯ ชี้ทิศทางเฟด กรุงไทยคาดเงินบาทแกว่ง 32.90-33.10 บาทต่อดอลลาร์
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ค่าเงินบาทเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์
- ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดและทิศทางของค่าเงินบาทในระยะต่อไป
เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยและ Krungthai GLOBAL MARKETS มองเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่มีความเสี่ยงอ่อนค่าจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรง หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น ขณะที่ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ทองคำเหนือ 4,400 ดอลลาร์ยังช่วยพยุงเงินบาท
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เงินบาทเคลื่อนไหวบริเวณ 32.97-32.99 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้า เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังมีแรงหนุนด้านแข็งค่าตามราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งราคาทองคำสปอตปรับขึ้นเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทและสกุลเงินเอเชียมีกรอบจำกัด เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นราว 5% โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนตุลาคมปิดที่ 87.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ส่งมอบเดือนกันยายนอยู่ที่ 82.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาทิศทางเงินเยน หลังกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง ขณะที่ทางการญี่ปุ่นและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ในการเข้าดูแลตลาด หากค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ที่ 32.95-33.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ กระแสเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนและยอดขายบ้านมือสองเดือนกรกฎาคม
กรุงไทยชี้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า ทดสอบ 33.10-33.20 บาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อยจากวันก่อน และเคลื่อนไหวในกรอบ 32.98-33.08 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดทยอยเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง จากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจไม่ราบรื่นและสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจกลับมารุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.70% ส่งผลให้เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์ (DXY) ขยับขึ้นสู่บริเวณ 99.7 จุด
ทองคำยังหนุนเงินบาท แต่แรงซื้ออาจชะลอ
แม้เงินบาทเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์และราคาน้ำมัน แต่ยังได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาทองคำสัญญา COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคม 2569 ปรับขึ้นทะลุระดับ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า การปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาอาจมาจากการปรับสถานะของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่ม CTA Trend-Following รวมถึงการปิดสถานะ Short ของนักลงทุนบางส่วน ก่อนตลาดรับรู้ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ จึงยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานอย่างชัดเจน
ดังนั้น หากราคาทองคำเริ่มชะลอตัวหรือปรับฐาน แรงหนุนต่อเงินบาทก็อาจลดลงตามไปด้วย
จับตา CPI สหรัฐฯ ชี้ทิศทางเฟด-เงินบาท
สำหรับตลาดในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดเล็ก และยอดขายบ้านมือสอง รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ขณะที่ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้คือรายงานเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด และอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินและค่าเงินบาท
นายพูนประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk ในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงค่าเงินที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options
ในระหว่างวัน เงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวแบบ Sideways และอาจอ่อนค่าทดสอบแนวต้านบริเวณ 33.10-33.20 บาทต่อดอลลาร์ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิในเอเชีย
ส่วนกรณีเงินบาทแข็งค่า ยังมองว่ามีกรอบจำกัด โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 32.85-32.90 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้นำเข้าอาจรอเข้าซื้อเงินดอลลาร์
ทั้งนี้ ตลาดการเงินไทยจะปิดทำการในวันที่ 12 สิงหาคม ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในวันนี้อาจเบาบางกว่าปกติ และทำให้เงินบาทมีโอกาสผันผวนมากขึ้น หากมีธุรกรรมหรือกระแสเงินทุนขนาดใหญ่เข้ามากระทบตลาด
โดย Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงไว้ที่ 32.90-33.10 บาทต่อดอลลาร์







