
KKPS เชียร์สะสมหุ้นแบงก์ รับฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้า
KKPS มองฟันด์โฟลว์ต่างชาติหนุนตลาดหุ้นไทยและกลุ่มธนาคาร ชี้หุ้นแบงก์ไทยยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่า พื้นฐานแข็งแกร่ง ปันผลสูง พร้อมแนะนำ KTB และ KBANK เป็น Top Picks
KEY
POINTS
- บล.เกียรตินาคินภัทร (KKPS) มองบวกต่อตลาดหุ้นไทย หลังเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 20 สัปดาห์
- กลุ่มธนาคารจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสเงินทุนไหลเข้า เนื่องจากเป็นหุ้นคุณค่า (Value Stock) ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมูลค่ายังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารในภูมิภาค
- KKPS ประเมินว่าผลประกอบการกลุ่มธนาคารได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และแนะนำสะสมหุ้น KTB และ KBANK เป็นหุ้นเด่น
KKPS มองบวกต่อตลาดหุ้นไทย หลังต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 20 สัปดาห์ คาดเม็ดเงินจากกองทุน Active Long-only ไหลเข้าหุ้น Value หนุนกลุ่มธนาคารเด่นสุดจากพื้นฐานแข็งแกร่ง ราคายังซื้อขายต่ำกว่าภูมิภาค พร้อมชู KTB และ KBANK เป็นหุ้นเด่น
ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 2.6 หมื่นล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเป็นบวก หลังดัชนี SET ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2569 ได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิกว่า 26,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 สัปดาห์
KKPS ระบุว่า เม็ดเงินดังกล่าวมีแนวโน้มมาจากกองทุนประเภท Active Long-only ที่เน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี (Value Stocks) สอดคล้องกับการโยกเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียมายังหุ้นที่มีมูลค่าน่าสนใจมากขึ้น
ไทยรับอานิสงส์หุ้น Value BofA เพิ่มน้ำหนักลงทุน
ฝ่ายวิจัย KKPS อ้างอิงแบบจำลองเชิงปริมาณของ Bank of America (BofA Asia ex-Japan Quant Strategy Fifty) ที่ระบุว่า หุ้นสไตล์ Value มักสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น อันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)
ปัจจัยดังกล่าวเป็นแรงสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง
ชูกลุ่มธนาคารรับฟันด์โฟลว์ พื้นฐานแกร่ง
KKPS มองว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุนในรอบนี้ เนื่องจากเป็นหุ้นในกลุ่ม Value และ Defensive ที่มีอัตราเงินปันผลสูง อีกทั้งยังสะท้อนการฟื้นตัวของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนภาคเอกชน โดยในช่วงที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มธนาคารสามารถปรับตัวขึ้นได้ถึง 7.6% นำการฟื้นตัวของตลาดโดยรวม
นอกจากนี้ หุ้นธนาคารไทยยังมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับภูมิภาค โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PBV ปี 2569 เพียง 0.94 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5.9% ขณะที่กลุ่มธนาคารสิงคโปร์ซื้อขายที่ระดับมากกว่า 2 เท่า PBV และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่ำกว่า 5% KKPS จึงมองว่าหุ้นธนาคารไทยยังมีโอกาสได้รับ Sector Re-rating จากส่วนลดมูลค่าที่สูงเมื่อเทียบกับภูมิภาค
คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุด แนะนำ KTB-KBANK
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ก่อนทยอยฟื้นตัวในปี 2570 จากการกลับมาขยายตัวของสินเชื่อ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงนโยบายบริหารเงินทุน เช่น การจ่ายเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และเงินปันผลพิเศษ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป
สำหรับหุ้นเด่น (Top Picks) ของกลุ่มธนาคาร KKPS ยังคงเลือก KTB และ KBANK เป็นหุ้นแนะนำ ขณะที่การปรับขึ้นของหุ้น BBL และ TISCO สะท้อนว่าการปรับมูลค่าของกลุ่มธนาคารกำลังขยายตัวในวงกว้าง และมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,217 วันที่ 12 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569







